
แอลแอนด์เอชมั่นใจฟันยอดขายพันล้าน
แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ คาดตลาดค้าปลีกครึ่งปีหลังสดใส พร้อมกระจายการลงทุนออกนอกเมือง มั่นใจเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน ฟันยอดขายปีละ 1,000 ล้านบาท
แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ คาดตลาดค้าปลีกครึ่งปีหลังสดใส พร้อมกระจายการลงทุนออกนอกเมือง มั่นใจเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน ฟันยอดขายปีละ 1,000 ล้านบาท
นายประเสริฐ ศรึอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ ผู้บริหารศูนย์การค้าเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน, แฟชั่นไอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดค้าปลีกครึ่งปีหลังนี้มีแนวโน้มสดใส เนื่องจากผู้บริโภคมีความมั่นใจ การส่งออกมีอัตราการเติบโตดี รัฐบาลประกาศตัวเลขจีดีพีครึ่งปีหลังโตมากกว่า 5% ซึ่งล้วนแล้วเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดีทั้งสิ้น ทำให้ผู้บริโภคมีอารมณ์ในการจับจ่าย โดยสังเกตจากยอดรถเข้าศูนย์การค้าแฟชั่นไอร์แลนด์ในขณะนี้ วันธรรมดาอยู่ที่ 1.6 หมื่นคัน วันเสาร์-อาทิตย์อยู่ที่ 2.2-2.3 หมื่นคัน และในครึ่งปีแรกทางศูนย์มีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ 7% และปีนี้จะมียอดขาย 1,200 ล้านบาท
ส่วนเรื่องการลงทุนใหม่ของบริษัทเพื่อพัฒนาโครงการค้าปลีกในปีหน้า บริษัทเล็งเห็นว่าอาจจะต้องกระจายไปพัฒนาในพื้นที่นอกเมืองแทนในเมือง เนื่องจากพื้นที่ขนาดใหญ่กลางใจเมืองหายาก แต่หากมีได้ที่ดินที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สามารถพัฒนาได้ บริษัทก็พร้อมที่จะลงทุนใหม่ในทันที ประกอบกับแนวโน้มของผู้พัฒนาโครงการค้าปลีกรายอื่นๆ ก็กระจายการลงทุนไปพื้นที่ที่อยู่นอกเมือง และต่างจังหวัด อย่างบริษัท ซีพีเอ็น ในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป
สำหรับ แผนการดำเนินงานของ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน บริษัทคาดว่าในปีแรกจะมียอดขายราว 1,000 ล้านบาท และจะคืนทุนใน 7-8 ปี โดยลูกค้าเป้าหมายของศูนย์ฯ คือกลุ่มคนทำงานที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากตัวศูนย์ ส่วนลูกค้าต่างประเทศมีสัดส่วนที่ 10% ซึ่งในวันธรรมดาจะมียอดลูกค้าเข้าห้างราว 5 หมื่นคนต่อวัน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์อยู่ที่ 4 หมื่นคนต่อวัน
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของศูนย์ฯ จะจับจ่ายสินค้าแฟชั่นอยู่ที่ 1,500 บาทต่อหัว มากกว่าอัตราเฉลี่ยการจับจ่ายสินค้าแฟชั่นของผู้บริโภคทั่วไปที่ 1,200 บาทต่อวัน ส่วนความถี่ในการจับจ่ายลูกค้าของศูนย์จะเข้ามาจับจ่ายอาทิตย์ละครั้งหรือ 4 ครั้งต่อเดือน ในขณะที่อัตราเฉลี่ยปกติของการจับจ่ายอยู่ที่เดือนละ 2 ครั้ง
ปัจจุบัน เทอร์มินอล ทเวตี้วัน ก่อสร้างแล้วเสร็จไปกว่า 80% แล้ว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2554 และจนถึงขณะนี้สามารถขายพื้นที่ได้แล้ว 70% โซนอาหารจะมีขนาดถึง 2,000 ตารางเมตร โซนโรงภาพยนตร์ บริษัท เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ เข้ามารับบริหารพื้นที่ทั้งหมด 8 โรง







