posttoday
เศรษฐกิจไทยในสายตาต่างชาติ

เศรษฐกิจไทยในสายตาต่างชาติ

05 เมษายน 2559

ไตรมาสแรกของปี 2559 ได้ผ่านพ้นไป พร้อมๆ กับการได้รัฐธรรมนูญฉบับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งในเดือน ส.ค.จะมีการทำประชามติ โดยรัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถเลือกตั้งได้อย่างแน่นอนในกลางปีหน้า ในด้านเศรษฐกิจถือเป็นปัจจัยบวก อีกทั้งในเดือนที่ผ่านมากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ต่างประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเป็นบวกที่ระดับ 3% ขณะที่สำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ทั้ง S&P และ JCR ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น ให้เครดิตความเชื่อถือประเทศไทยในระดับที่มีเสถียรภาพ

ไตรมาสแรกของปี 2559 ได้ผ่านพ้นไป พร้อมๆ กับการได้รัฐธรรมนูญฉบับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งในเดือน ส.ค.จะมีการทำประชามติ โดยรัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถเลือกตั้งได้อย่างแน่นอนในกลางปีหน้า ในด้านเศรษฐกิจถือเป็นปัจจัยบวก อีกทั้งในเดือนที่ผ่านมากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ต่างประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเป็นบวกที่ระดับ 3% ขณะที่สำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ทั้ง S&P และ JCR ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น ให้เครดิตความเชื่อถือประเทศไทยในระดับที่มีเสถียรภาพ

เหตุผลสำคัญมาจากเสถียรภาพทางการเมืองมีความมั่นคง ในด้านเศรษฐกิจถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่ภาคเอกชนไทยสามารถรับมือได้ในระดับที่น่าพอใจ

นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือที่เป็นบวกมาจากสภาพคล่อง ถึงแม้หนี้ครัวเรือนจะอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ด้านหนี้เสียหรือ NPL ของสถาบันการเงินยังอยู่ในเกณฑ์รับความเสี่ยงได้ อีกทั้งเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับที่ปลอดภัยคิดเป็น 3 เท่าของหนี้ต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม อย่าไปหลงประเด็นว่าเศรษฐกิจไทยจะหลุดพ้นจากวิกฤตแล้ว เพราะในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาตัวเลขขยายตัวเป็นบวก 10.27% แต่หากหักส่งออกทองคำและตัวเลขผิดปกติของการส่งออกอัญมณีฯ ส่งออกเดือน ก.พ.อาจติดลบ ที่กล่าวเช่นนี้เพราะอุตสาหกรรมส่งออกสิบอันดับแรก พบว่า 9 ใน 10 ล้วนติดลบทั้งสิ้น

ด้านการนำเข้าตัวเลขเดือน ก.พ.ยังคงถดถอยติดลบ 14.54% เป็นการถดถอยต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 โดยเฉพาะเป็นการถดถอยในสินค้าประเภทเครื่องจักรและวัตถุดิบ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการลงทุนเอกชนในครึ่งปีแรกอาจขยายตัวได้ไม่มากนัก ขณะที่ภาคการบริโภคภายในประเทศที่หวังจะให้ขับเคลื่อนแทนภาคส่งออก ตัวเลขไตรมาสแรกเงินเฟ้อต่ำกว่าที่ประเมิน โดยเงินเฟ้อขยายตัว ลบ 0.5% สะท้อนถึงกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลงจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อีกทั้งการส่งออกสินค้าเกษตรเดือน ก.พ.ติดลบ 7.34% และปัญหาภัยแล้งซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดการบริโภคไม่ให้เติบโต

จากที่กล่าวมานี้ถึงแม้ตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจออกมาไม่ค่อยจะสู้ดี แต่ต่างชาติยังคงเชื่อมั่น เพราะในเวลานี้ทุกประเทศต่างอยู่ในสภาวะยากลำบาก แม้แต่ญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรป หนี้ภาคประชาชนและหนี้รัฐบาลบานเบอะ ถึงแม้จะอัดเม็ดเงินลงไปมหาศาล แต่เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ยังไม่มีท่าทีฟื้นตัวได้ง่ายๆ เห็นได้จากการปรับตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ล้วนถูกปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น

สำหรับประเทศไทยจีดีพีหรืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจคงหนีไม่พ้นถูกปรับให้ลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะขยายตัว 3.5% ทั้งไอเอ็มเอฟ และธนาคารพัฒนาเอเชีย ได้ปรับลดลงเหลือ 3% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกและอาเซียน

ดังนั้น อย่าไปดีอกดีใจกับตัวเลขการเติบโตในระดับนี้ เพราะที่ผ่านมา 2-3 ปี ตัวเลขเศรษฐกิจไทยมักถูกปรับลดหลายครั้ง สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกยังมีความไม่แน่นอน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มี หากไม่ใช้ตอนนี้จะไปใช้ตอนไหน มีอะไรงัดออกมาให้หมด...นะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท