
เอ็ตด้าจับมือเกาหลีใต้ จัดการภัยคุกคาม
มูลค่าการเติบโตด้านอี-คอมเมิร์ซของไทยที่เอ็ตด้าสำรวจและคาดการณ์ไว้ว่า ปี 2558 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2.1 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในยุคอี-คอมเมิร์ซ ที่มีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย ภาครัฐจึงร่วมมือกับทางเกาหลีใต้ในการทำระบบออนไลน์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์และสร้างความเชื่อมั่นรองรับการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงการทำธุรกรรมด้านการเงินที่มีการขยายตัวและมีมูลค่าทางธุรกิจอย่างมหาศาล ซึ่งเชื่อว่าการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตจะต้องมีรากฐานที่เข้มแข็ง
มูลค่าการเติบโตด้านอี-คอมเมิร์ซของไทยที่เอ็ตด้าสำรวจและคาดการณ์ไว้ว่า ปี 2558 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2.1 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในยุคอี-คอมเมิร์ซ ที่มีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย ภาครัฐจึงร่วมมือกับทางเกาหลีใต้ในการทำระบบออนไลน์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์และสร้างความเชื่อมั่นรองรับการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงการทำธุรกรรมด้านการเงินที่มีการขยายตัวและมีมูลค่าทางธุรกิจอย่างมหาศาล ซึ่งเชื่อว่าการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตจะต้องมีรากฐานที่เข้มแข็ง
อุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีและการสื่อสาร กล่าวว่า การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ จะกลายเป็นช่องทางสำคัญด้านความร่วมมือที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับหน่วยงานภาครัฐ ด้านการรักษาความมั่งคงปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตของทั้งสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทย
“การดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และการจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) รวมไปถึงการพัฒนารูปแบบของการยืนยันตัวตนบนออนไลน์ (e-Authentication) ถือว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องด้านเทคนิคที่จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และสร้างประโยชน์เชิงบวกต่อประเทศ” อุตตม กล่าว
ด้าน สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กล่าวว่า เอ็ตด้าได้ร่วมมือกับ Korea Internet Security Agency (KISA) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภัยคุกคาม
ล่าสุดบนไซเบอร์ระหว่างกัน โดยจะเน้นเรื่องการฝึกฝนความสามารถของบุคลากรทางด้านระบบรักษาความปลอดภัย อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ อี-คอมเมิร์ซ เป็นต้น
“ความร่วมมือกับทางเกาหลีใต้รวมทั้งประเทศอื่นๆ นั้น จะช่วยให้การผลักดันด้านอี-คอมเมิร์ซสมบูรณ์ขึ้น รวมทั้งการผลักดันเรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้และอี-คอมเมิร์ซให้ไปในทิศทางเดียวกันนั้น ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและปัญหา ถือว่าเป็นการป้องกันไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในอนาคตได้อย่างแข็งแรง” สุรางคณา กล่าว
ทั้งนี้ ไทยเซิร์ต (ThaiCERT) ภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้มีการเก็บสถิติภัยคุกคามไซเบอร์ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2559 พบภัยคุกคามถึง 1,017 กรณี โดยเป็นภัยคุกคามจากการบุกรุกเจาะระบบ (Intrusion) มากที่สุดถึง 348 กรณี หรือประมาณ 34% และภัยคุกคามจากการบุกรุกเจาะระบบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 47% ของช่วงเดียวกันใน 3 ปีที่ผ่านมา
เบค คีซึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธาน Korea Internet Security Agency กล่าวว่า การทำงานร่วมกันในครั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของภาครัฐในการเฝ้าระวังการโจมตีบนโลกไซเบอร์ด้านการทำวิจัยและพัฒนาในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบนไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล การดูแลข้อมูลส่วนบุคคลและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยทางเกาหลีจะมีทีมบุคลากรด้านเทคนิคกว่า 150 คน ในการเข้ามาช่วยประสานงานด้านการโต้ตอบภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ แลกเปลี่ยนบุคลากร แลกเปลี่ยนการจัดการระบบความปลอดภัย การตั้งโดเมนเนม โปรโมทความปลอดภัย เป็นต้น







