posttoday
ค่าไฟฟ้างวดหน้าจ่อลด5สตางค์

ค่าไฟฟ้างวดหน้าจ่อลด5สตางค์

04 เมษายน 2559

“เรกูเลเตอร์” ส่งสัญญาณค่าไฟงวดหน้าส่อลด 5 สตางค์/หน่วย หลังรับปัจจัยบวกค่าเงินบาทแข็ง-น้ำมันทรงตัว

“เรกูเลเตอร์” ส่งสัญญาณค่าไฟงวดหน้าส่อลด 5 สตางค์/หน่วย หลังรับปัจจัยบวกค่าเงินบาทแข็ง-น้ำมันทรงตัว

แหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. มีโอกาสปรับลดลงเฉลี่ยมากกว่า 5 สตางค์/หน่วย จากปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับที่ต่ำ ประกอบกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่ได้สูงอย่างที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น อัตราค่าไฟฟ้าในภาพรวมรอบหน้าน่าจะปรับลดลงได้จากเดิมที่ประเมินว่าจะไม่ปรับลดลง

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) จะประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดในเรื่องของต้นทุนต่างๆ ในเร็วๆ นี้ ก่อนจะนำมาคำนวณว่าค่าเอฟทีจะเป็นอัตราเท่าใดแน่ แต่ในระยะยาวมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ต้นทุนที่เกิดไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนที่จะเริ่มเข้าระบบมากขึ้นในปี 2559 โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในรูปแบบต่างๆ เช่น โซลาร์ฟาร์ม การติดตั้งโซลาร์บนหลังคา ซึ่งจะมีผลทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น และไฟฟ้าประเภทดังกล่าวยังไม่สามารถเป็นพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้าได้

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ในฐานะโฆษก กล่าวว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยรวมลดต่ำลงและทำให้ค่าไฟฟ้าปรับลดลงแน่นอนในงวดหน้า  จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าค่าเอฟทีจะปรับขึ้น แต่จะเป็นอัตราใดคงจะต้องรอให้มีการพิจารณาตัวเลขที่ชัดเจนในการประชุมบอร์ดเรกูเลเตอร์อีกครั้ง

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าเอฟทีงวดใหม่ลดลง ได้แก่ 1.ความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่ชะลอตัวลงจากที่คาดการณ์ไว้ โดยสะท้อนจากตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่มีการปรับตัวเลขคาดการณ์โดยรวมที่ลดต่ำลง 2.ค่าเงินบาทมีความเคลื่อนไหวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นมาระหว่าง 35-36 บาท/เหรียญสหรัฐ จากเดิมที่อยู่ระดับ 37-38 บาท/เหรียญสหรัฐ 3.ราคาน้ำมันที่ภาพรวมยังคงทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่อง ซึ่งมีผลสะท้อนมายังราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงต่อเนื่อง

4.ต้นทุนเงินอุดหนุนพลังงานทดแทนจะปรับเพิ่มขึ้นทั้งรูปของอัตราส่วนเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้า (ADDER) และการรับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in-Tariff (FIT) ที่เดิมคาดว่าโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ค้างท่อจะมีการทยอยเข้ามามากในช่วงนี้แต่ปรากฏว่าไม่สามารถจ่ายไฟเข้าระบบได้ทันทำให้ต้นทุนส่วนนี้ที่คิดว่าจะสูงขึ้นมากก็ลดลง

“หากต้นทุนค่าไฟที่เกิดจากโรงไฟฟ้าพลังานทดแทนในปีที่ผ่านมามีผลให้ค่าไฟสูงขึ้นถึง 18.6 สตางค์/หน่วย ในขณะที่ปีนี้โครงการโซลาร์ค้างท่อที่จะทยอยเข้าระบบกว่า 400 เมกะวัตต์ จะทำให้ค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค 2559 มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก แต่เรกูเลเตอร์จะพยายามดูแลค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีไม่ให้ปรับขึ้นแน่นอน” นายวีระพล กล่าว

ด้าน นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงสถิติปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ในเดือน มี.ค. เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มี.ค. อยู่ที่ 27,242 เมกะวัตต์ ซึ่งยังต่ำกว่าไฟพีกที่เกิดขึ้นของปี 2558 ที่ระดับ 27,346 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ทาง สนพ.ยังคงขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันเฝ้าระวังและรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักในการประหยัดพลังงานและลดใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมรณรงค์ “รวมพลังคนไทย ลดพีกไฟฟ้า” โดยร่วมปฏิบัติการ 4 ป. “ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน” ซึ่งทุกคนสามารถช่วยชาติประหยัดไฟฟ้าได้ง่ายๆ ทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันนี้ 20 พ.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี