
จีน-มะกันแข่งลงทุน
นักวิจัยเผยสหรัฐเร่งลงทุน-ค้าอาเซียน หลังจีนแห่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นักวิจัยเผยสหรัฐเร่งลงทุน-ค้าอาเซียน หลังจีนแห่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
กงถิ่ง นักวิจัยของสถาบันศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีน (ซีไอไอเอส) ภายใต้กระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดเผยในรายงานไชน่า-ยูเอส โฟกัส ว่า สหรัฐและจีนต่างเร่งขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันเหนืออีกฝ่าย
รายงานระบุว่า ในระหว่างที่จีนและอาเซียนร่วมพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าผ่านข้อตกลงการค้าเสรี ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ก็ได้ออกข้อเสนอโครงการใหม่ๆ ในการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-อาเซียน เมื่อปลายปี 2015 โดยเสนอโครงการผลักดันให้ทุกประเทศในอาเซียนสามารถเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ได้ในอนาคต รวมถึงความริเริ่มยูเอส-อาเซียน คอนเนกต์ เพื่อสร้างเครือข่ายศูนย์กลางด้านธุรกิจ พลังงาน นวัตกรรมและนโยบาย ในเมืองหลวงของสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย เพื่อให้สหรัฐเข้ามามีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้มากยิ่งขึ้น
เจมส์ คารูโซ กรรมการด้านความสัมพันธ์พาณิชยนาวีอาเซียนของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังพิจารณาสร้างฐานการเชื่อมต่อในเอเชีย โดยต้องการตั้งให้เป็นศูนย์รวมหน่วยงานหลายรูปแบบของสหรัฐ ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการนำเข้าส่งออก รวมทั้งองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ (ยูเสด) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับจีนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแสวงหาโอกาสในอาเซียน
ทั้งนี้ อาเซียนขยับขึ้นมาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ของสหรัฐ โดยมีการค้าขยายตัว 55% ในปี 2015 ขณะที่เงินลงทุนโดยตรงจากสหรัฐในปีเดียวกันยังเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากในปี 2008
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาจีนเป็นฝ่ายครองความได้เปรียบกว่า โดยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียน 6 ปีติดต่อกัน หลังมีเอฟทีเอในปี 2010 ผลจากการลงทุนของจีน ยังเริ่มสะท้อนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน รวมทั้งความก้าวหน้าในโครงการใหญ่ เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว โครงการระเบียงและวงเวียนเศรษฐกิจกับเวียดนาม รวมทั้งความร่วมมือกับสิงคโปร์ในนครฉงชิ่ง
อย่างไรก็ตาม ยังเป็นการยากที่จะตัดสินว่าสหรัฐ หรือจีนจะเป็นผู้มีอิทธิพลมากกว่า และทั้งสองประเทศต่างก็ต้องมุ่งสร้างการแข่งขันที่ทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันกับอาเซียนมากกว่า







