
GCAPอัดหนัก โปรโมชั่น หวังพ้นภัยแล้ง
“GCAP” จ่ออัดโปรโมชั่นสินเชื่อรถเกี่ยวนวดข้าวครึ่งปีหลัง หวังสินเชื่อส่วนบุคคลและนาโนไฟแนนซ์ช่วยดันให้พ้นภัยแล้งตั้งแต่ไตรมาส 2
“GCAP” จ่ออัดโปรโมชั่นสินเชื่อรถเกี่ยวนวดข้าวครึ่งปีหลัง หวังสินเชื่อส่วนบุคคลและนาโนไฟแนนซ์ช่วยดันให้พ้นภัยแล้งตั้งแต่ไตรมาส 2
นายจำนรรจ์ กุลนรัตน์ รองกรรมการสายบริหาร บริษัท จี แคปปิตอล (GCAP) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรก ปี 2559 บริษัทเหนื่อย แม้ยอดการปล่อยสินเชื่อโดยรวมน่าจะออกมามากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะจะมียอดสินเชื่อประเภทส่วนบุคคลและนาโนไฟแนนซ์เพิ่มเข้ามา แต่เพิ่งจะเริ่มดำเนินการช่วงเดือน มี.ค. และการรับรู้ส่วนต่างดอกเบี้ยก็จะน้อยกว่าสินเชื่อรถเกี่ยวข้าว ซึ่งทั้งสองอย่างจะเริ่มส่งผลกับบริษัทตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการบริหารความเสี่ยงโดยไม่พึ่งแต่สินเชื่อเครื่องจักรกลเกษตรที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลเก็บเกี่ยวไตรมาส 4 มากจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม ปีนี้ผลประกอบการน่าจะน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการรับรู้ปล่อยสินเชื่อรถเกี่ยวนวดข้าวยังเป็นรายได้หลักถึง 78% และลูกค้าก็ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งอยู่
สำหรับการจองเครื่องเกี่ยวนวดข้าวเริ่มไปแล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ที่มีผู้จองเพียงกว่า 50 คัน น้อยกว่าปีก่อนที่มีการจองถึง 127 คัน
บริษัทคาดว่าจะมีการอัดโปรโมชั่นแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นยอดในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. อีกครั้งก่อนฤดูกาลทำนาปี โดยให้ส่วนลดกับผู้จองเครื่องเกี่ยวนวดข้าวอีก 5 หมื่นบาท พร้อมกับแจกทองให้อีก 1 บาท ซึ่งเทียบกับปีก่อนที่ทำโปรโมชั่นซื้อเครื่องเกี่ยวนวดข้าวพร้อมไปเที่ยวญี่ปุ่น
นอกจากนั้น ถ้าลูกค้าชำระยอดก่อนกำหนดก็จะให้ส่วนลดเพิ่มอีก 3% จากปีก่อนที่จ่ายครบหรือจ่ายก่อนได้รับการแจกกล้องวิดีโอติดหน้ารถ
นายสันติ หอกิตติกุล กรรมการผู้จัดการ GCAP กล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อรวมไม่น้อยกว่า 50% เนื่องจากเริ่มมีการขยายบริการและเพิ่มคู่ค้าใหม่เพิ่มขึ้น
“ครึ่งปีแรกที่มีการทำนาปรังปีปกติจะมีการเก็บเกี่ยวได้ 15-17 ล้านไร่ แต่ปีนี้น่าจะทำได้เพียง 6.5 ล้านไร่ ส่วนในครึ่งปีหลังเป็นฤดูทำนาปี ซึ่งจะมีการเก็บเกี่ยวสูงถึง 63 ล้านไร่”
น.ส.จุรีรัตน์ ลปนาวณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการบัญชีและการเงิน บริษัท มิลล์คอน สตีล (MILL) กล่าวว่า มียอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าเข้ามาแล้ว 2 แสนตัน จึงเชื่อว่าปีนี้บริษัทจะ
มียอดขายรวมที่ 9 แสนตันตามเป้าหมาย เพราะความต้องการใช้เหล็กในกลุ่มภาคการก่อสร้าง รวมถึงการลงทุนโครงการพื้นฐานต่างๆ ของภาครัฐที่ทยอยออกมามาก







