
แผนฟื้นฟูเอสเอสไออืด
ไทยพาณิชย์ชี้แก้หนี้เอสเอสไอซับซ้อน ทำแผนฟื้นฟูล่าช้า คาด ส.ค. รู้ผล ระหว่างนี้ยังไม่ปล่อยกู้เพิ่ม
ไทยพาณิชย์ชี้แก้หนี้เอสเอสไอซับซ้อน ทำแผนฟื้นฟูล่าช้า คาด ส.ค. รู้ผล ระหว่างนี้ยังไม่ปล่อยกู้เพิ่ม
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดว่าแผนฟื้นฟูบริษัท สหวิริยา สตีล อินดัสตรี (SSI) จะเสร็จประมาณเดือน ก.ค.ส.ค. ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมที่คาดว่าจะเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ เนื่องจากประเด็นที่ต้องพิจารณามีรายละเอียดซับซ้อนกว่าที่คาดไว้ โดยคาดว่าจะจัดทำแผนฟื้นฟูเสร็จสิ้นและศาลพิจารณาได้ในเดือน พ.ย. เพื่อนำบริษัทเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
สำหรับแนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการ จะพิจารณาในหลายๆ รูปแบบ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้ส่วนทุนของบริษัทกลับมาเป็นบวก และดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ต่อไป โดยการแปลงหนี้เป็นทุน และการหาพันธมิตรร่วมทุน ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่พิจารณาอยู่ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป ขอให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ทำงานร่วมกันก่อน
ด้านธุรกิจ ปัจจุบัน SSI ยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยผลิตได้ตามสภาพคล่องที่มีอยู่ ซึ่งมาจากรายได้จากการทำธุรกิจของบริษัท เนื่องจากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ยังไม่สามารถสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมได้ โชคดีที่ตลาดเหล็กฟื้นตัวขึ้น ช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของบริษัท ทำให้ SSI ในไทยไม่ประสบปัญหาการทำธุรกิจ แม้ว่าบริษัทลูกในอังกฤษจะมีปัญหาก็ตาม
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า SSI และธนาคารเจ้าหนี้รายใหญ่ทั้ง 3 รายกำลังร่วมมือจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งต้องศึกษาอย่างรอบคอบว่าแนวทางใดดีที่สุด ส่วนหลักประกันที่เป็นโรงงานผลิตเหล็กในประเทศอังกฤษนั้น แม้จะขาย ไม่ได้ แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อธนาคาร เนื่องจากตั้งสำรองไว้ครบ 100% แล้ว แต่ขณะนี้เห็นโอกาสที่จะขายหลักประกันในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมออกไป ทำให้พอได้เงินคืนกลับมาบ้าง แต่ไม่มาก โดยธนาคารจะพิจารณาว่าจะบันทึกเป็นกำไร หรือเก็บเป็นสำรองเพิ่มขึ้น เบื้องต้นตั้งใจจะเก็บเป็นสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการจัดทำแผนฟื้นฟูนี้ ธนาคารเจ้าหนี้ทั้ง 3 รายยังไม่สามารถสนับสนุนสภาพคล่องเพิ่มเติมให้กับบริษัทได้ จนกว่าแผนฟื้นฟูจะเสร็จสิ้น แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ธุรกิจเหล็กและราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว ช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท ขณะที่คู่ค้าและซัพพลายเออร์ยังมีความมั่นใจทำธุรกิจกับ SSI อยู่ ส่งผลให้บริษัทมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับดำเนินธุรกิจ
"ภาวะตรงนี้เราคลายความกังวลไปเยอะ เพราะต้นทุนการผลิตเหล็กถูกลงเยอะมาก ทำให้กำไรเขาดีขึ้น และกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดเหล็กก็ช่วยได้เยอะ โดยรวมคู่ค้ายังมีความมั่นใจทำธุรกิจต่อเนื่อง ฉะนั้นการมีพาร์ตเนอร์หรือไม่มีพาร์ตเนอร์ก็ไม่ใช่ประเด็น เพราะพาร์ตเนอร์ที่มีในปัจจุบันก็พอที่จะสนับสนุนได้" นางอรนุช กล่าว







