
กสิกรเปิดเกมรุก‘รีท’
บลจ.กสิกรไทยพร้อมบุกธุรกิจรีทดึงมือดีร่วมงาน ขอเป็นทรัสตีคุณภาพดี หวังขึ้นเป็นผู้จัดการรีท ปีนี้ออกได้ 4 กอง กว่า 2 หมื่นล้านบาท
บลจ.กสิกรไทยพร้อมบุกธุรกิจรีทดึงมือดีร่วมงาน ขอเป็นทรัสตีคุณภาพดี หวังขึ้นเป็นผู้จัดการรีท ปีนี้ออกได้ 4 กอง กว่า 2 หมื่นล้านบาท
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่าตอนนี้ บลจ.กสิกรไทย มีแผนธุรกิจสำหรับธุรกิจทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ที่ชัดเจนขึ้น ในปัจจุบันมีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยแยกออกมาจากธุรกิจกองทุนรวมอย่างชัดเจน
พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัว นายวิทวัสอัจฉริยวนิช รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อดีตหัวหน้าฝ่ายบริหารทรัพย์สิน กรุงเทพฯ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและรับบริหารอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทย
“ธุรกิจรีทของเราจะค่อยๆ เติบโตแต่มั่นคงและจะช่วยเสริมธุรกิจกองทุนรวม ซึ่งในปัจจุบันเรายังเป็นเพียงทรัสตี ในอนาคตหวังว่าจะเป็นผู้จัดการรีท แต่ต้องเริ่มจากการเป็นทรัสตีที่ดีแล้วค่อยขยับขึ้นไปเป็นผู้จัดการรีท เพราะเป็นธุรกิจที่ล้มไม่ได้” นายวศิน กล่าว
นอกจากนี้ นายวศิน กล่าวอีกว่า ปีนี้มีแผนที่จะทรัสตีกองรีท 4 กองทุน มูลค่ารวมมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนแรกที่ออกไปแล้ว คือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ (GVREIT) และคาดว่าในอีก 2-3 เดือนจะออกอีก 1 กองทุน ในขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่ บลจ.กสิกรไทย เป็นผู้จัดการกองทุนยังไม่มีแผนที่จะแปลงเป็นรีท
นายวิทวัส กล่าวว่า การทำหน้าที่ทรัสตีของ บลจ.กสิกรไทย จะลงไปดูในรายละเอียดมากขึ้น เพื่อดูแลผลประโยชน์ผู้ถือหน่วย เพราะหากทรัสตีทำหน้าที่ได้ดีจะช่วยให้รีทสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้
“ต้องสร้างจิตวิญญาณความเป็นเจ้าของให้กับทีมงาน ทำอย่างไรให้ผู้จัดการรีทนำเงินออกไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า ไปตรวจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ถามคำถามที่เหมาะสมกับผู้จัดการรีท ต้องคุยว่าทำอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น เพราะอสังหาริมทรัพย์ที่รีทลงทุนก็เหมือนบ้านของเรา ไม่ใช่แค่ดูแลด้านบัญชีเพียงอย่างเดียว” นายวิทวัส กล่าว
ขณะที่ นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวถึงธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลของ บลจ.กสิกรไทย ว่า ในปัจจุบันมีลูกค้าบริษัทเอกชนที่ต้องการบริหารเงินสดเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เพราะฉะนั้นในช่วงดอกเบี้ยต่ำจะเป็นจังหวะดีที่ทำให้ตลาดกองทุนส่วนบุคคลขยายตัวมากขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทุนส่วนบุคคลมีมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตไปถึง 1 แสนล้านบาท ได้ภายใน 3 ปี
นายเกษตร ยังกล่าวถึงธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพว่า หลังจากกฎหมายเปิดให้ลูกจ้างสามารถส่งเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้มากกว่านายจ้างจะช่วยให้ธุรกิจนี้เติบโตได้เร็วขึ้น โดยปัจจุบัน บลจ.กสิกรไทย มีสินทรัพย์ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ บลจ.ยังเตรียมความพร้อมในการบริหารเงินให้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อให้สามารถรับบริหารได้ทันทีที่มีการจัดตั้ง กบช.
“ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการบริหารจัดการกองทุน ว่าจะเป็นแบบรวมศูนย์ที่เงินจะไปรวมกันอยู่ในส่วนกลางหรือกระจายการบริหารอย่างเสรี ซึ่งเราอยากให้เป็นการกระจายการบริหารเงินออกไปรูปแบบเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” นายเกษตร กล่าว







