
หลักปฏิบัติ 10 ประการ เมื่อตัวเองกำลังจะเจ๊ง
วันนี้อ่านบทความในโซเชียล เห็นหลายๆ คนบ่นว่าธุรกิจตัวเองกำลังจะเจ๊ง เอางี้ ไหนๆ คุณก็จะเจ๊ง ลองเอาหลักปฏิบัติ 10 ประการนี้ไปลองพิจารณา เผื่อว่า “เทวดาอาจเห็นใจในความพยายาม”
วันนี้อ่านบทความในโซเชียล เห็นหลายๆ คนบ่นว่าธุรกิจตัวเองกำลังจะเจ๊ง เอางี้ ไหนๆ คุณก็จะเจ๊ง ลองเอาหลักปฏิบัติ 10 ประการนี้ไปลองพิจารณา เผื่อว่า “เทวดาอาจเห็นใจในความพยายาม”
จริงๆ แล้วผู้เขียนเอง เคยมีประสบการณ์เจ๊งมาแล้ว ซึ่งผู้เขียนเองหนักกว่าท่านทั้งหลาย เพราะผู้เขียนสามารถเจ๊งในช่วงเศรษฐกิจโดยรวมดี เรียกว่า “คนอื่นดี กรูก็ยังเจ๊งได้”
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดและน้ำตาของผู้เขียนได้ตกผลึกออกมาเป็น 10 ข้อ ดังนี้
1.กางกระดาษมาหนึ่งแผ่น แบ่งเป็น 2 ส่วน อันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากที่ปรึกษาระดับโลก เขาใช้หลัก 80/20 ให้ลิสต์ออกมาว่า “สินค้าอะไรขายดี 20% ของสิ่งที่ทำรายได้ 80% อยู่ในส่วนขายดี ...แล้ว 80% ของสินค้าที่ทำรายได้ 20% ...เขียนเสร็จก็ทยอยเลิกขายฝั่ง 80% สั่งให้น้อยลง ลดจำนวนลง เพราะของเหล่านี้ทำให้ธุรกิจเราขี่ช้างจับตั๊กแตน (อันนี้คือ รู้เรา)
2.เขียนรายชื่อลูกค้า 20 รายแรก (20%) ที่ทำเงินให้เรามากที่สุด แล้วเอาของขวัญปีใหม่ไปกราบสวัสดีพูดคุย ลองฟังซิว่า คนเหล่านี้เขาอยากได้อะไร (นี่คือความต้องการของธุรกิจ)
3.เขียนรายชื่อพนักงาน 20/80 คือลิสต์คน 20% ที่ทำรายได้ 80% ให้เรา ...“ปีนี้แจกโบนัสแบบก้อนสุดท้าย จัดเต็มให้เห็นความแตกต่างจากพนักงานปกติ” (นี่คือ ต้นทุนหนักๆ ที่ธุรกิจแบก)
4.เลี้ยงข้าวครั้งใหญ่ เพื่อหาข้อเสนอแนะจากพนักงาน 20% ที่กล่าวมา ...“คนเหล่านี้ เขารู้ดีว่า โอกาสรอดของธุรกิจเราคืออะไร จดๆๆ แล้วเอาไปคิดให้หนัก” (นี่คือโอกาสของธุรกิจ ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม)
5.เตรียมตัดขา รักษาชีวิต อันนี้โหด แต่ต้องทำก่อนที่ธุรกิจจะเจ๊ง ให้ทำในกรณีเจ๊งชัวร์ๆ ล่ะ ก็ทยอยเลิกขายสินค้า 80% ที่ทำรายได้น้อยที่สุด และก็ทยอยเลิกจ้างพนักงาน 80% ที่ทำรายได้น้อยสุด
6.ปิดหน้าร้านซะ ...สิ่งที่หนักขึ้นเรื่อยๆ คือ ค่าเช่า ...เป็นไปได้ไหมว่า เราสามารถเข้าถึงลูกค้า 20% ที่ใช้สินค้าเรามากที่สุด โดยที่เราไม่ต้องมีหน้าร้าน ...ยังขายตรงถึงเขาได้ไหม (ทำเลที่ดีในปัจจุบัน อาจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเสมอไป)
7.ไม่ต้องปิดการขาย แต่ให้เลือกของที่ยังดีไปสมนาคุณลูกค้า 20% เป็นของขวัญวันปิด หน้าร้าน เพื่อบริการที่ดีขึ้น และราคาที่คุ้มค่าขึ้นในอนาคต
8.สำรวจคนที่ทำธุรกิจคล้ายๆ เรา แล้วเอากระดาษกับปากกาไปจดว่า “ทำไมมันรอด แล้วทำไมกรูเจ๊ง” ถ้าคุณตั้งใจดู คุณจะสามารถตอบได้ทันที เหมือนมี
ที่ปรึกษาธุรกิจมาช่วย (อันนี้ต่อยอด เรื่อง รู้เขา)
9.ขยายตลาดจากลูกค้า 20% ของเรา ...ให้เปลี่ยนวิธีทำตลาด แทนที่จะหว่านหาลูกค้า ให้เปลี่ยนเป็นหาลูกค้าจากเพื่อนของคน 20% ที่รักเรา อย่าใช้การแจกของหรือลดราคา แต่ให้เพิ่มในเรื่องของการบริการให้ดีขึ้นไปอีก ...ส่งฟรี ...ซ่อมฟรี ...เปลี่ยนทันที และเป็นที่ปรึกษาแบบสุดใกล้ชิด Line ได้ ...โทรรับ ...ถึงตลอด !! (ทำตลาดกับคนที่รักเรา อย่าเสียเวลากับคนที่ไม่รักเรา)
10.ทุกอย่างคุยได้ หลายคนคิดว่า ทุกอย่างรังแกฉัน แต่โลกแห่งความจริง ทุกอย่างสามารถคุยได้ แม้แต่หนี้ธนาคาร ผ่อนได้ ยืดเวลาได้ เพราะยังไงก็ดีกว่าไม่จ่ายเลย -- คำแนะนำของผมคือ “คุยก่อน ค่อยเจ๊ง หรือเจ๊งแล้วค่อยคุย คือ กรูไม่จ่ายแล้ว เพราะไม่มี แต่ถ้าคุณช่วยแบบนี้ ผมยังอาจจะทำธุรกิจฟรีๆ เพื่อแค่จ่ายหนี้คุณ” (ฟังดูดีกว่าเจ๊งนะ)
ทั้ง 10 ข้อนี้ ไม่มีก่อนหลัง ดูจังหวะเอาเอง ก็คิดซะว่า ลองคิดๆ ทำๆ ดู เผื่อจะไม่เจ๊ง แต่ถ้ายังเจ๊ง ก็ให้รู้ว่า เราได้พยายามสุดความสามารถแล้ว เพราะหลักการต่างๆ นี้พวกที่ปรึกษาแพงๆ เขาก็ใช้กัน -- เอาว่าคุณลองทำตัวเป็นที่ปรึกษาของตัวเอง - เปลี่ยนตัวเอง ดู
เอาใจช่วยครับ ...ผ่านแล้วรวย!!







