posttoday
ลูกศรยังชี้ไปในทิศทางขาขึ้น

ลูกศรยังชี้ไปในทิศทางขาขึ้น

29 มีนาคม 2559

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ยังคงชอบหุ้นบริษัท แอร์โรว์ ซินดิเคท (ARROW) ประเมินราคาพื้นฐานปีนี้ที่ 16.70 บาท อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 16 เท่า เราเห็นสัญญาณบวกในผลประกอบการไตรมาส 1/2559 ทั้งยอดขายรายเดือนและ Backlog ที่ดีขึ้นกว่าไตรมาส 4/2558 จากการฟื้นตัวของงานก่อสร้างอาคาร และการปรับมาใช้กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 55% เป็น 65% ขณะที่ท่ออ่อนร้อยสายไฟกันน้ำที่ใช้ในกลุ่มสื่อสารยังผลิตเต็มกำลัง ตามการเร่งขยายโครงข่าย 4จี ของผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ เช่นเดียวกับบริษัทลูกที่มี Backlog จากงานวางระบบท่อร้อยสายไฟในโรงงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 4 เท่าตัว

ส่วน Upside หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับงานโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะโครงการนำสายไฟลงใต้ดิน ซึ่งคาดว่า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จะเปิดประมูลอีกครั้งในไตรมาส 2/2559 มูลค่ารวมทั้งโครงการอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ด้วยแนวโน้มกำไรสุทธิที่ขยายตัวต่อเนื่องและผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สร้างได้สูงถึง 28% เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มวัสดุก่อสร้างและรับเหมาที่ 6% และ 9% FSS จึงมองว่าราคาปัจจุบันที่ซื้อขายบนพี/อี สิ้นปีนี้ที่ 13 เท่า ไม่แพง แถมมีปันผลงวดครึ่งปีหลังของปีก่อนที่จะจ่ายอีก 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เม.ย.นี้

ไตรมาส 1/2559 แนวโน้มเติบโต

FSS คาดว่าสาเหตุที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวนิ่งในไตรมาส 4/2558 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/2559 เพราะกำไรสุทธิไตรมาส 4/2558 ชะลอตัว 7% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ตามงานก่อสร้างที่ซบเซา อีกทั้งยังมีความกังวลกับราคาเหล็กซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้น 14% ตั้งแต่ต้นปี แต่ด้วยความที่งานก่อสร้างอาคารเริ่มฟื้นตัว สังเกตได้จากยอดขอจดทะเบียนอาคารชุดในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และ 7% เมื่อเทียบปีต่อปี

อีกทั้งผลจากการปรับมาใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกมากขึ้น ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นแรงในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. เราจึงคาดว่ายอดขายไตรมาส 1/2559 จะเพิ่มขึ้น 8-10% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส แต่เทียบปีต่อปีอาจทรงตัว 310 ล้านบาท

ส่วนต้นทุนราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น คาดว่ากระทบอัตรากำไรขั้นต้นไม่มาก เพราะ ARROW สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้บางส่วน (เนื่องจากเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งสูงถึง 55%) อีกทั้งงานผลิตท่ออ่อนร้อยสายไฟกันน้ำที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เมื่อลดทอนตามราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 33.0% ลดลงจาก 36.1% ในไตรมาส 4/2558 แต่เพิ่มขึ้นจาก 30.9% ในไตรมาส 1/2559 เมื่อสุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ทรงตัวแล้ว เบื่องต้นเราคาดกำไรสุทธิที่ 66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 7% เมื่อเทียบปีต่อปี

Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Backlog ล่าสุดอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในส่วนของท่อร้อยสายไฟอยู่ที่ 250 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทที่ 180-200 ล้านบาท ส่วน Backlog งานวางระบบท่อร้อยสายไฟในโรงงานของ บริษัท เมฆา-เอส ที่เป็นบริษัทย่อย (ถือหุ้น 65%) ก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 200 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีเพียง 50-60 ล้านบาท ซึ่ง Backlog ส่วนใหญ่ของ ARROW จะรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาสถัดไป ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2559 ที่ปกติเป็น Low Season ของงานก่อสร้าง กำไรสุทธิอาจไม่ลดลงแรง 10-20% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสเหมือนที่ผ่านมา และเป็นไปได้สูงที่จะดีถึงขั้นทรงตัวเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (เพิ่ม 15-17% เทียบปีต่อปี)

Upside อยู่ที่สินค้าใหม่/โครงสร้างพื้นฐาน

หลังจากได้เข้าพบผู้บริหารทำให้เรามั่นใจกับการเติบโตของธุรกิจเดิมมากขึ้น ส่วน Upside หลังจากนี้จะเปิดกว้างมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการอนุมัติโครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการนำสายไฟลงใต้ดินของ กฟน. ซึ่งคิดเป็นมูลค่าในส่วนของท่อประมาณ 3,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการยาวไปถึงปี 2563 ปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดนี้รวม ARROW เพียง 2 รายที่ผ่าน มอก.ทุกระยะ 10 กม.ที่ได้จะเพิ่มรายได้ราว 70 ล้านบาท ส่งผลบวกกับราคา 0.80 บาท/หุ้น (ทั้งโครงการประมาณ 200 กม.) คาดว่าจะได้เห็นการอนุมัติในเฟสถัดไปช่วงไตรมาส 2/2559 นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีเขียวส่วนต่อขยายที่ใกล้วางระบบไฟฟ้า ถ้าไม่รวมโครงการทั้งหมดนี้ เราคาดกำไรสุทธิปี 2559 เติบโตขั้นต่ำ 8% เทียบปีต่อปี เป็น 264 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี