
ตั้งไทยแลนด์ทีมเจาะตลาด
รัฐจับมือเอกชนตั้งไทยแลนด์ทีม ให้เอกชนรายใหญ่เป็นหัวหอกดันเอสเอ็มอีเจาะตลาดต่างประเทศ
รัฐจับมือเอกชนตั้งไทยแลนด์ทีม ให้เอกชนรายใหญ่เป็นหัวหอกดันเอสเอ็มอีเจาะตลาดต่างประเทศ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ ภายใต้คณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (ประชารัฐ) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมมีมติร่วมกันใน 3 ประเด็น คือ การจัดตั้งไทยแลนด์ทีม การจัดทำโครงการพี่จูงน้อง และการบูรณาการด้านข้อมูล โดยจะมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่อไป
สำหรับการจัดตั้งไทยแลนด์ทีม จะประกอบด้วยผู้แทนภาคเอกชน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐทั้งในและต่างประเทศ และกลุ่มนักธุรกิจไทยในต่างประเทศ เพื่อช่วยกันผลักดันและแก้อุปสรรคในการส่งออก รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเสนอข้อมูลทุกด้านต่อระดับนโยบายเพื่อนำไปเจรจาแก้ไขปัญหาต่อไป ขณะที่การจัดตั้งไทยแลนด์ทีมจะนำร่องตลาดซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม)
“งานแรกที่ไทยแลนด์ทีมจะเร่งทำคือการไปเจรจาแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา ในเดือนมิ.ย.นี้” นางอภิรดี กล่าว
ทั้งนี้ โครงการพี่จูงน้องเป็นโครงการที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ที่มีประสบการณ์ในการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในการเจาะตลาด โดยขณะนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่อยู่ระหว่างการคัดเลือกเอสเอ็มอีมาฝึกอบรมให้ความรู้ แนะนำการพัฒนาสินค้า ช่องทางการเข้าสู่ตลาด และเมื่ออบรมเสร็จก็จะพาไปบุกเจาะตลาดต่อไป
นอกจากนี้ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) จะให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคไปเจาะตลาดเวียดนาม ซึ่งจะเริ่มโครงการในเดือน มิ.ย. 2559 และบริษัท เอสซีจี จะนำเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างไปเจาะตลาดกัมพูชา โดยโครงการนี้จะเริ่มโครงการในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ และจะมีธนาคารกรุงเทพเข้าไปช่วยให้คำปรึกษาด้านการเงินและเป็นแหล่งเงินทุนให้เอสเอ็มอี
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร จัดตั้งทีมไทยแลนด์เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐในการเจาะตลาดต่างประเทศ แต่การจัดตั้งครั้งนี้มีทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นแกนหลัก







