
มีโอกาสเห็น Fund Flow ไหลเข้าตลาดต่อ
US Dollar แข็งค่าต่อเนื่อง 5 วันติดต่อกัน ล่าสุดดีดกลับกว่า 0.5% มาอยู่เหนือระดับ 96 จุด ซึ่งเป็นระดับก่อนที่จะมีการประชุม FOMC เมื่อ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา การซื้อกลับในดอลลาร์ ทำให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ และสินค้าอุปโภคพอสมควร น้ำมัน WTI กลับลงมาต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาแพลทินัมปรับตัวลง 2 วันติดต่อกันมากกว่า 3.5% ซึ่งเป็นการเทขายที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ในขณะเดียวกันทองคำปรับตัวลงในช่วง 2 วันที่ผ่านมาประมาณ 2.7% เหลือ 1,216 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
US Dollar แข็งค่าต่อเนื่อง 5 วันติดต่อกัน ล่าสุดดีดกลับกว่า 0.5% มาอยู่เหนือระดับ 96 จุด ซึ่งเป็นระดับก่อนที่จะมีการประชุม FOMC เมื่อ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา การซื้อกลับในดอลลาร์ ทำให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ และสินค้าอุปโภคพอสมควร น้ำมัน WTI กลับลงมาต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาแพลทินัมปรับตัวลง 2 วันติดต่อกันมากกว่า 3.5% ซึ่งเป็นการเทขายที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ในขณะเดียวกันทองคำปรับตัวลงในช่วง 2 วันที่ผ่านมาประมาณ 2.7% เหลือ 1,216 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
การซื้อกลับ US Dollar มาจากตลาดเริ่มหันกลับมาคาดการณ์ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยใหม่อีกครั้ง อันเป็นผลมาจากการที่คณะกรรมการใน Fed เริ่มออกมาให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน เม.ย. โดย James Bullard ผู้ว่าการธนาคารกลางเซนต์หลุยส์ เป็นคนล่าสุดที่ออกมาบอกว่าถึงเวลาที่ Fed จะต้องตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย โดยกำลังพิจารณาไปที่เดือน เม.ย.
ความเห็นดังกล่าวมีผลต่อตลาดพอสมควร เนื่องจาก Bullard เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่มีสิทธิออกเสียง และก่อนหน้านี้ Bullard ยังเพิ่งที่จะสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไปอยู่หยกๆ เมื่อมีการท่าทีจึงทำให้ตลาดประหลาดใจพอสมควร
ทั้งนี้ ความเห็นของ Bullard มีขึ้นหลังจากที่ Patrick Harker ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า Fed ควรจะพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนหน้า (Patrick Harker ไม่มีสิทธิออกเสียง)
มองว่าอาการซื้อ USD จากความกังวลว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเร็ว น่าจะกินระยะเวลาแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน เม.ย. ด้วย Fed Fund Futures มีโอกาสแค่ 6% เท่านั้น และจากผลการสำรวจของ Bloomberg จะพบว่ามีนักเศรษฐศาสตร์เพียง 7 จาก 56 คน ที่คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน เม.ย.นี้
อย่างไรก็ตามต้องเริ่มติดตามการปาฐกถาของคณะกรรมการ Fed ซึ่งที่น่าสนใจจะมี คุณ Janet Yellen ในวันที่ 29 มี.ค. และ คุณ William Dudley ในวันที่ 1 เม.ย. คาดว่าจะมีผลต่อทิศทางของ USD และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกันอีกครั้ง
สำหรับ SET Index ในสัปดาห์นี้ ต้องจับตาการเคลื่อนไหวของนักลงทุนในการซื้อขาย SET50 Futures โดยเฉพาะซีรี่ส์ S50H16 และ S50M16 เบื้องต้น มองการเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างประเทศยังไม่เกิดสัญญาณเตือนภัยร้ายแรง แม้ว่านักลงทุนต่างประเทศจะยังคงมีสถานะ Long ใน SET50 Futures สะสมไว้ตั้งแต่ต้นปีกว่า 1.2 แสนสัญญา แต่ไม่มีสัญญาณการขายสุทธิที่รุนแรง อีกทั้งเริ่มเห็นการทำ Rollover ด้วยการสลับการลงทุนจาก S50H16 เป็น S50M16 ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
สังเกตได้จากสถานะคงค้างของ S50H16 ที่ปรับลดลงในวันที่ 21-23 มี.ค. 1.4 หมื่นสัญญา ใกล้เคียงกับที่ปรับเพิ่มขึ้นของ S50M16 1.24 หมื่นสัญญา อีกทั้งการที่ Spread ระหว่าง S50M16-S50H16 ลู่เข้า (ติดลบน้อยลง)
ตั้งแต่วันที่ 15-23 มี.ค. จากลบ 11.4 จุด เหลือลบ 9.2 จุด ก็เป็นตัวสะท้อนได้ถึงการ Long Spread มากขึ้น (Short S50H16 พร้อมๆ กับการเปิด Long S50M16) ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นตัวบ่งบอกว่านักลงทุนต่างประเทศยังคงที่จะเลือกถือสถานะ Long ต่อไป นั่นหมายความว่ายังมีโอกาสที่จะเห็น Fund Flow ไหลเข้าตลาดได้ต่อไปอีกระยะ







