posttoday
รับเหมารอเวลาฟื้น อานิสงส์งบรัฐ-ลงทุนเอกชนขยับ

รับเหมารอเวลาฟื้น อานิสงส์งบรัฐ-ลงทุนเอกชนขยับ

03 สิงหาคม 2553

8...โชคชัย สีนิลแท้ / สุกัญญา สินถิรศักดิ์

 

ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างต้องเผชิญหน้ากับปัจจัยลบไม่น้อย ทั้งทุนหายกำไรหด งานรัฐไม่เดินหน้า แบงก์ไม่ปล่อยกู้ ทำรายย่อยจำนวนไม่น้อยตัดสินใจปิดตัวลง แม้กระทั่งครึ่งปีที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะฟื้นตัว แต่รับเหมายังต้องเจอคลื่นลมทางการเมืองถาโถมใส่ ทำให้คาดการณ์กันว่าภาพรวมปีนี้จะยังคงติดลบต่อเนื่อง

สะท้อนได้จากตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ระบุว่า สินเชื่อคงค้างของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มูลค่าเพียง 22,053 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 4% และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 15% ซึ่งเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเป็นการลดลงในทุกตลาดก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้างบ้าน คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ อพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม โรงงาน และที่อยู่อาศัยของรัฐ

อย่างไรก็ตาม ผลจากการเทงบประมาณลงสู่รากหญ้าของรัฐบาลตามนโยบายไทยเข้มแข็งกลายเป็นความหวังที่ผู้รับเหมารอคอยวันที่จะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้อีกครั้ง

งบรัฐเอกชนเริ่มลงทุน

พลพัฒ กรรณสูต นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ กล่าวว่า แนวโน้มรับเหมาก่อสร้างครึ่งปีหลังมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการอนุมัติงบก่อสร้างโครงการต่างๆ ของรัฐบาลทั้งไทยเข้มแข็ง โครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดรับเหมามีโอกาสฟื้นตัว หลังจากที่รัฐบาลอั้นงบประมาณมานานด้วยการไม่มีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นเลย

“ถ้ารัฐบาลนิ่ง คลื่นลมสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีก พร้อมกับอนุมัติโครงการใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงเร่งเคลียร์ค่าเคที่ค้างชำระ จะช่วยให้รับเหมาปรับตัวดีขึ้น และมีสภาพคล่องที่ดี” พลพัฒ กล่าว

นอกจากนี้ ภาคเอกชนในส่วนของอุตสาหกรรมการส่งออกมีทิศทางที่ดีขึ้นทำให้เกิดการขยายตัว มีแนวโน้มที่จะก่อสร้างโรงงานใหม่ กลุ่มรับเหมาย่อมได้รับอานิสงส์ในตลาดนี้ไม่น้อย โดยในส่วนของเนาวรัตน์เองคาดว่าครึ่งปีหลังเตรียมยื่นประมูลงานเพิ่มอีก 2,0003,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีงานในมือคิดเป็นมูลค่า 8,000 ล้านบาท เป็นยอดขายของปีนี้ 3,000ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาครัฐ 80% และเอกชน 20%

ไทยเข้มแข็งฟื้นชีพรับเหมา

ขณะที่ ภูมิสัน โรจน์เลิศจรรยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ กล่าวว่า แม้ว่าโครงการไทยเข้มแข็ง เช่น ถนนปลอดฝุ่นที่รัฐบาลอนุมัติมาประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จะไม่ได้มากเท่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ถือว่าดีกว่าไม่มีโครงการเข้าสู่ระบบเลย และมีช่วยส่วนให้ตลาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยคาดว่าครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัวและเห็นภาพชัดเจนในปีหน้า

นอกจากนี้ โครงการรถไฟฟ้าที่อนุมัติแล้ว 1 สาย กับเตรียมอนุมัติอีก 2 สายยังมีส่วนช่วยกระตุ้นให้วงการรับเหมาก่อสร้างกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันต้องอาศัยงานภาครัฐขับเคลื่อน เนื่องจากงานภาคเอกชนในหลายส่วนชะลอตัว เช่น งานก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ตลดลงตามภาวะการท่องเที่ยว ตลาดแนวราบหดตัว ส่วนงานก่อสร้างโรงงานอยู่ระหว่างรอการฟื้นตัว

อังสุรัสมิ์ อารีกุล อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจก่อสร้างในครึ่งปีหลังจะเติบโตค่อนข้างดี โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่รับงานก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รวมไปถึงรายที่รับงานก่อสร้างโครงการของภาคเอกชน ขณะที่รายขนาดกลางและขนาดเล็กที่รับงานก่อสร้างภาครัฐนั้นยังต้องรอดูงบประมาณภาครัฐปี 2554 จากโครงการไทยเข้มแข็ง ว่าจะเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างในส่วนท้องถิ่นออกมาต่อเนื่องหรือไม่

ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่อาจจะมากระทบกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้นยังเป็นเรื่องทางการเมือง อาจจะกลับมารุนแรงอีกครั้งได้ โดยปัญหาเรื่องความไม่สงบทางการเมืองในประเทศในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. ที่กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบจำนวนมาก แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินในการเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่สมาชิกสมาคมหลายรายร้องเรียนผ่านมายังสมาคมให้เร่งดำเนินการ รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องมาบตาพุดที่ยังไม่จบ

เมินก่อสร้างกำไรหด หันทำอสังหาฯ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้รับเหมาอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่า อนาคตในธุรกิจรับเหมาเริ่มตีบตันลงเรื่อยๆ ด้วยตัวเลขกำไรที่ลดลงจึงต้องแตกไลน์มาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ กล่าวว่า ได้จัดตั้งบริษัท บิลท์ แลนด์ เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อหันมาพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจัง

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ทำกำไรสูงมาก สัดส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30% กำไรสุทธิอยู่ที่ 1520% ขณะที่รับเหมาก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่นั้น แม้จะมีมูลค่างานที่สูง แต่ผลกำไรต่ำอยู่ที่ 10% สำหรับกำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิอยู่ที่เพียง 35% เท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าภายใน 35 ปี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีสัดส่วนกำไรที่สูงกว่าธุรกิจรับเหมา และยังเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจปัจจุบันอย่างพีซีเอ็ม คอนสตรัคชั่น แมททีเรียลผู้ทำธุรกิจผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูป ที่พรีบิลท์ถือหุ้น 99.99% และธุรกิจรับเหมา

แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการลงทุนภาครัฐและการฟื้นตัวของธุรกิจเอกชน แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะถึงจะเริ่มเห็นธุรกิจรับเหมากลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งทว่ากว่าถึงวันนั้น ยังไม่รู้ว่าจะเหลือผู้รับเหมาในตลาดอีกสักกี่มากน้อย

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า