posttoday
เปิดวิชั่น ’จิรอร อัสสรัตน์’ แม่พิมพ์โรงเรียนนานาชาติ

เปิดวิชั่น ’จิรอร อัสสรัตน์’ แม่พิมพ์โรงเรียนนานาชาติ

25 มีนาคม 2559

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการศึกษาถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาชีวิตมนุษย์ แต่การจะพัฒนาระบบการศึกษาให้ออกมาได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของไทย

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการศึกษาถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาชีวิตมนุษย์ แต่การจะพัฒนาระบบการศึกษาให้ออกมาได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของไทย และเป็นหลักสูตรโรงเรียนนานาชาตินั้น ถือเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมไทย          

จิรอร อัสสรัตน์ กรรมการผู้อำนวยการ โรงเรียนนานาชาติ ไอวี่ บาวนด์ เล่าถึงสาเหตุที่ต้องการทำโรงเรียนนานาชาติสำหรับเด็กเล็กว่า ตนเองสนใจทางด้านการศึกษามาตั้งแต่เด็ก ได้เรียนตั้งแต่ระบบไทย เริ่มจากเรียนโรงเรียนจุไรรัตน์ พอจบ ป.5 ก็ย้ายไปเรียนโรงเรียนร่วมฤดี อินเตอร์เนชั่นแนล เรียนได้ 3 ปี จนถึง ม.2 พอหลังจากนั้นคุณแม่ได้ส่งไปเรียนโรงเรียนเพรพ สกูลที่สหรัฐอเมริกา ชื่อโรงเรียนโกรเทน ระยะเวลา 4 ปี เป็นโรงเรียนขนาดเล็กแต่สอนได้สนุกมาก ซึ่งการที่ได้มีโอกาสเรียนทั้ง 3 ระบบ ตั้งแต่โรงเรียนระบบไทย โรงเรียนไทยในระบบอินเตอร์เนชั่นแนล และโรงเรียนในระบบอเมริกัน ที่เป็นเทรดดิชั่นแนล สกูล

จึงได้เป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการศึกษาหลากหลายรูปแบบที่มีข้อดีกับข้อด้อยไม่เหมือนกัน ทำให้ค้นพบจุดเด่นของแต่ละระบบออกมารวมกัน อย่างเช่นจุดเด่นของโรงเรียนไทยจะสอนเรื่องมารยาทที่มีต่อผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่โรงเรียนไทยสอนได้ดี โรงเรียนอินเตอร์เนชั่นแนลจะสอนเรื่องเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม พอไปโรงเรียนในระบบอเมริกัน นักเรียนถือว่าเป็นศูนย์กลาง คุณครูที่นั่นให้ความสำคัญกับนักเรียนตอบคำถามได้ทุกเมื่อ และนั่งคุยกับนักเรียนได้เป็นชั่วโมงๆ เมื่อมีข้อสงสัย

“แบ็กกราวด์ของครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ของดิฉันให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก คุณแม่จบทางด้านจิตวิทยา แล้วก็คุยกันว่าจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนสังคมให้มีคนดีจะต้องเป็นโรงเรียน จึงสนใจที่จะเลือกเรียนทางด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยเยลก่อน เพราะตอนนั้นมหาวิทยาลัยเยลไม่มีทางด้านการศึกษา การเรียนทางด้านจิตวิทยานั้นสามารถปรับให้เข้ากับช่วงชีวิตของทุกช่วงวัยได้ แต่คนที่เรียนหนังสือเก่งนั้นไม่ใช่ว่าออกมาสู่โลกของความเป็นจริงแล้วจะประสบความสำเร็จทุกอย่าง” 

หลังจากจบปริญญาตรี ได้สมัครเรียนทางด้านการศึกษาปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เรียนทางด้านการจัดการการศึกษา จากนั้นได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ด้านการออกแบบหลักสูตรการศึกษา จึงครบองค์ประกอบของการเรียน และเป็นที่มาของการทำโรงเรียน

ทั้งนี้ การเรียนทางด้านจิตวิทยานั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับทางด้านการศึกษา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาไม่มีใครเชื่อมต่องานวิจัยกับการศึกษา ในหลักสูตรการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก คนที่ทำงานวิจัยก็ทำไป คนที่เป็นผู้สอนเขาก็จะสอนแบบที่เขาสอนไป จึงเป็นที่มาของการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติที่เชื่อมต่องานวิจัยกับการเรียนการสอน และทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโรงเรียนเพื่อเป็นคู่มือในการสอนเป็นการจัดการองค์ความรู้ เช่น ครูที่เก่ง เมื่อเขาเข้ามาสอน และจากไป ความรู้ไม่ได้จากไปพร้อมครูผู้สอนก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม โจทย์ที่ยากก็คือ ในการนำครูมาร่วมกันสร้างองค์ความรู้ ทำให้องค์ความรู้นั้นเหมาะกับการต่อยอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากในการพัฒนา แต่ก็ทำมาได้อย่างต่อเนื่อง จนเป็นหลักสูตรของโรงเรียนคือการสอนแนวใหม่ หรือ อินโนเอ็ดดูเคชั่น เน้นให้เด็กเรียนรู้แบบโฮลิสติกส์ คือโซเชียล รู้จักใช้ชีวิตในสังคม อีโมชั่นมีการพัฒนาทางอารมณ์และมีการพัฒนาทางความคิด ให้ฉลาดในการวิเคราะห์ ปรับตัวและคิดนอกกรอบ เช่น การสร้างเกมขึ้นมาเพื่อให้เด็กนั้นจดจำรูปสัญลักษณ์ต่างๆ อาทิ รูปสามเหลี่ยม วงกลม และสี่เหลี่ยม เพื่อให้สามารถจดจำได้โดยอัตโนมัติ เป็นต้น 

ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติ ไอวี่ บาวนด์ มีเด็กไทยแท้ที่เข้าเรียน 70% อีก 30% เป็นเด็กต่างชาติ ต่อปีเด็กที่เรียนจะมี 5 ชั้น เรียนชั้นละ 10 คน จำนวน 50 คน และตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 ได้เริ่มทำศูนย์พัฒนาเด็กแรกเกิด Kinderprep by Ivy Bound เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กก่อนเข้าสู่อนุบาล ตั้งแต่อายุ 6 เดือน กับหลักสูตรเบบี้ ไซน์ แลงเกวจ (Baby Sign Language) เพื่อพัฒนาเด็กตั้งแต่ยังไม่สามารถพูดได้

หลังจากได้เปิดโรงเรียนมา 9 ปี ได้เห็นปัญหาของภาพรวมการศึกษา ว่าจุดอ่อนมันอยู่ตรงไหน สิ่งที่ห่วงในเวลานี้ คือการมาเน้นที่เออีซี และนักธุรกิจก็เห็นช่องทางของการเปิดโรงเรียนอินเตอร์เป็นธุรกิจ ซึ่งไม่ชอบคำว่าธุรกิจการศึกษา พร้อมกับย้ำว่าคนที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจนี้จะต้องสวมหมวกของนักการศึกษาก่อน ก่อนที่จะมาเป็นนักธุรกิจ แต่จะเปิดโรงเรียนแล้วมีการจ้างครูฝรั่งที่เป็นผู้คุมหลักสูตร จะเหลืออะไรของความเป็นไทย และอย่ามองว่าโรงเรียนเป็นธุรกิจมากเกินไป ที่ทำธุรกิจนี้แค่เลี้ยงตัวเองได้ถือว่ามีความสุขแล้ว เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเป็นหลัก แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องให้เด็กไทยมีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี