
'อมรินทร์ทีวี'พร้อมรบ ชูข่าว-วาไรตี้เรียกเรตติ้ง
หลังจากหายไปเตรียมความพร้อมและศึกษาตลาดมาพักใหญ่ วันนี้ อมรินทร์ทีวี พร้อมแล้วที่จะออกมาแข่งขันในธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างจริงจัง
โดย...จะเรียม สำรวจ
หลังจากหายไปเตรียมความพร้อมและศึกษาตลาดมาพักใหญ่ วันนี้ อมรินทร์ทีวี พร้อมแล้วที่จะออกมาแข่งขันในธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันให้เรตติ้งขยับมาติดอยู่ 1 ใน 10 ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งกลยุทธ์ที่ช่องอมรินทร์ทีวี เลือกหยิบมาใช้ เพื่อชิงสายตาผู้ชม คือ การปรับผังรายการ ด้วยการเพิ่มรายการใหม่ทั้งในส่วนของรายการข่าว และรายการวาไรตี้ในรูปแบบเอนเตอร์เทนเมนต์เข้าไป
สำหรับช่วงเวลาที่ช่องอมรินทร์ทีวี จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการขยายฐานผู้ชม คือ ไพรม์ไทม์ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ชมมากที่สุดเห็นได้จากเรตติ้งที่เฉลี่ยประมาณ 0.2-0.7 จากความแข็งแกร่งดังกล่าวช่องอมรินทร์ทีวี จึงต้องการพัฒนาช่วงเวลาล็อตนี้ให้มีความแข็งแกร่งและมีเรตติ้งเพิ่มสูงขึ้น
โชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น ผู้บริหารช่องอมรินทร์ทีวี กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้บริษัทมีแผนที่จะปรับผังรายการใหม่ ด้วยการหันมาเน้นรายการข่าว และรายการเอนเตอร์เทน จากเดิมจะเน้นรายการในรูปแบบไลฟ์สไตล์เป็นหลัก เนื่องจากบริษัทต้องการขยายฐานผู้ชมให้กว้างมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในรายการใหม่ที่บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเรียกจำนวนผู้ชมและเรตติ้งให้กับช่องอมรินทร์ทีวีเพิ่มขึ้น คือ รายการข่าวเช้า หรืออมรินทร์ มอร์นิ่ง นิวส์ ซึ่งจะออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00-08.00 น. เริ่มออกอากาศวันที่ 4 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป
ปัจจัยที่ทำให้ช่องอมรินทร์ทีวีสนใจเข้ามาทำรายการข่าวเช้า เพราะเล็งเห็นโอกาส ภายหลังจากพิธีกรหลักของรายการข่าวเช้าที่มีผู้ชมมากที่สุดต้องยุติบทบาทการเป็นพิธีกรไป ซึ่งจุดขายที่ช่องอมรินทร์ทีวีจะนำมาสู้กับคู่แข่งอีกหลายๆ ช่องคือ การนำเสนอข่าวที่มีความครอบคลุม กระชับครบทุกประเด็น โดย 4 พิธีกรหลัก คือ ปิยลักษณ์ รักประทานพร เอกลักษณ์ ศรีสุขใส ศรัณภัสร์
ตั้งไพศาลธนกุล และมาศปรียา สุวรรณธรารัตน์
นอกจากนี้ ช่องอมรินทร์ทีวี ยังมีรายการวาไรตี้บันเทิงเข้ามาช่วยเรียกเรตติ้งในช่วงไตรมาส 2 นี้อีกหลายรายการ ประกอบด้วย รายการเรื่องร้อนออนไลน์ รายการสตาร์เบอร์รี่ รายการแพรว รายการซีเคร็ต รายการเดอะแชร์ รายการเด็กไทยดรีมทีม รายการว้าว วันหยุด รายการเลมอนเนด สวยชัวร์ตัวแม่ รายการซุปตาร์พาตะลุย รายการคำผีบอก และรายการเที่ยว สุด ขั้ว เป็นต้น
โชคชัย กล่าวต่อว่า การปรับผังรายการใหม่ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการออกมาประกาศรุกธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างจริงจัง หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการศึกษาตลาดและเตรียมความพร้อมมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งภาพรวมของธุรกิจทีวีดิจิทัลนับจากนี้ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง
“ภาพที่ไม่ชัดเจนของทีวีดิจิทัลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และค่าใช้จ่ายที่ใช้กันค่อนข้างสูง ส่งผลให้บางรายถอดใจ แต่บริษัทก็ยังขอยืนยันว่า หากย้อนเวลากลับไปได้บริษัทจะยังคงประมูลทีวีดิจิทัล เนื่องจากบริษัทมีความตั้งใจจริงในการเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าว แม้ว่าแผนที่วางไว้กับสภาพความเป็นจริงจะมีความแตกต่างกัน” โชคชัย กล่าว
หลังจากปรับผังรายการในช่วงเดือน เม.ย.ไปพักหนึ่ง ช่องอมรินทร์ทีวีก็มีแผนที่จะปรับผังรายการครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน ซึ่งจากการวางแผนธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้ช่องอมรินทร์ทีวีต้องเตรียมงบไว้ใช้สำหรับการผลิตคอนเทนต์ใหม่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท และเตรียมงบอีกประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อใช้ทำกิจกรรมการตลาดสร้างแบรนด์ของช่องอมรินทร์ทีวีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยในส่วนของงบดังกล่าวถือว่าปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ใช้ไม่ถึง 100 ล้านบาท
ปัจจุบันช่องอมรินทร์ทีวีมีเรตติ้งอยู่ในอันดับที่ประมาณ 11-12 แต่หลังจากออกมาเปิดตัวผังรายการใหม่อย่าง ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการออกมาทำกิจกรรมการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์ช่องอมรินทร์เพิ่มขึ้นคาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากบริษัทมีการปรับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น 50% ส่วนภาพรวม เรตติ้งสิ้นปี 2559 นี้คาดว่าจะขึ้นมาติดอยู่ 1 ใน 10 อันดับแรกของช่องทีวีดิจิทัลรวมได้อย่างแน่นอน
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ช่องอมรินทร์ทีวี มั่นใจว่าสิ้นปี 2559 นี้ สัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจทีวีจะขยับเพิ่มขึ้นมาเป็น 10% อย่างแน่นอนจากปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 10% นอกจากนี้ยังแสดงความมั่นใจว่าธุรกิจทีวีดิจิทัลต้องถึงจุดคุ้มทุนภายใน 6-7 ปีตามแผนงานเดิมที่วางไว้







