
กระจายความรู้
โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ
โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ
“Knowledge is power, sharing knowledge is the real power”
ความรู้ คือ พลัง แต่พลังที่ยิ่งใหญ่กว่า คือ การกระจายความรู้ ในฐานะที่ผมอยู่ในวงการธุรกิจ SME มานาน ผมพบว่าไม่มีการลงทุนอะไรจะมีค่ามากเท่าการลงทุนด้านความรู้ให้กับคนอีกแล้ว เพราะคนทุกคนมีศักยภาพในการพัฒนาตัวเอง เมื่อมีความรู้มากขึ้นก็สามารถพลิกแพลงสิ่งเหล่านั้นมาใช้ในการทำงานได้ดีขึ้น
การค้นหาความรู้ใหม่ๆ และกระจายความรู้จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกองค์กร ซึ่งผู้ประกอบการหลายแห่งอาจยังไม่ได้ลงน้ำหนักความสำคัญไปที่การหาองค์ความรู้ใหม่มาพัฒนาคน แต่มุ่งเป้าไปที่การสร้างความมั่นคงทางรายได้ ซึ่งไม่ได้ผิดเลยครับ เพียงแต่อยากให้ลองคิดว่า การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเมื่อเราพร้อม แต่สามารถทำควบคู่กันไประหว่างการสร้างยอดขาย
แล้วความรู้แบบไหนที่จะเหมาะจะกระจายให้กับทุกฝ่าย ผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วย “แนวคิด Lean” เป็นแนวคิดที่ทำให้ซัพพลายเชนทั้งระบบมีประสิทธิภาพเรียกว่าเป็นความรู้ขั้นต้นที่ทุกส่วนควรได้รับและนำไปใช้
Lean ไม่ใช่การทำงานให้หนักหรือเร็วขึ้น แต่เป็นการค้นหาความสูญเปล่า (Waste) และเปลี่ยนไปสู่คุณค่า (Value) Lean จึงเป็นแนวคิดที่ใช้ได้กับซัพพลายเชนทุกภาคส่วน ใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภท ทุกขนาดองค์กร Lean จะขจัดความซับซ้อนและช่วยแก้ไขปัญหา โดยแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงแต่ต้องอาศัยการลงแรง อาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย รวมไปถึงซัพพลายเออร์ พาร์ตเนอร์ และลูกค้าด้วย
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจแนวคิด Lean สามารถเริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น การเสนอข้อควรปรับปรุง (Suggestion Idea) หรือการประกวดแนวคิด (Idea Contest) ภายในองค์กร ผู้ประกอบการอาจเพิ่มแรงจูงใจในช่วงแรกโดยการมอบรางวัลให้ผู้ที่มีผลงานดี เมื่อได้ฝึกใช้แนวคิด Lean เป็นประจำ พนักงานจะกลายเป็นคนที่มีวัฒนธรรม Lean อยู่ในตัวเอง
การทำธุรกิจทุกวันนี้ คุณไม่สามารถยืนหยัดได้เพียงลำพัง การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องอาศัยวิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็ว หลายบริษัทต้องมองหาพันธมิตรทางการค้าเพื่อลดต้นทุนการผลิต แบ่งปันทรัพยากร สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด เติมเต็มจุดแข็งซึ่งกันและกัน และร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า คุณจึงควรมองพาร์ตเนอร์และซัพพลายเออร์เป็นเหมือนทีมเดียวกัน หากคิดแต่จะเอากำไรจากเขาอย่างเดียวจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน
ความรู้เป็นสิ่งที่ส่งต่อได้โดยไม่มีวันหมด ยิ่งส่งต่อมากยิ่งมีผลดี และคนที่เป็นผู้ให้ความรู้ก็ไม่ต้องเสียอะไร เพราะเมื่อส่งต่อแล้วความรู้ไม่ได้หมดไป แต่กลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทองติดตัวผู้รับไปตลอดชีวิต ประสิทธิภาพเกิดได้แค่มุมมองเปลี่ยน และมุมมองจะเปลี่ยนได้ย่อมเกิดจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ครับ







