
บล.บัวหลวงลดเกรดJASIF
ตลท.เตือนนักลงทุนระวังหุ้นจัสมิน บลจ.บัวหลวงไม่ได้ลงทุน JAS ข้องใจเข้าประมูล
ตลท.เตือนนักลงทุนระวังหุ้นจัสมิน บลจ.บัวหลวงไม่ได้ลงทุน JAS ข้องใจเข้าประมูล
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เตือนให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหุ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ที่มี JAS เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง หลังปลด SP อนุญาตให้ซื้อขายตามปกติตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ควรติดตามข้อมูลเกี่ยวกับผลการพิจารณาของหน่วยงานผู้ให้ใบอนุญาต กรณีที่แจส โมบาย ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขเพื่อให้ได้รับใบอนุญาต ทั้งนี้ราคาหุ้น JAS ลดลง
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า JAS ได้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม และ ตลท.ได้ข้อมูลครบแล้ว จึงปลด SP ส่วนผลกระทบที่มีต่อ JAS ขณะนี้ยังไม่ได้ให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่ม ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เชื่อว่า JAS จะชี้แจงข้อมูลถึงผลกระทบดังกล่าวมายัง ตลท. นอกจากนี้ ตลท.ได้ตรวจสอบความผิดปกติของราคาหุ้นทุกบริษัท หากพบความผิดปกติจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดำเนินการต่อไป
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) กล่าวว่า รอคำชี้แจงจากผู้บริหาร JAS เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนก่อน คาดว่าจะสามารถส่งจดหมายชี้แจงผู้ถือหน่วยได้ในเดือนเม.ย. หลังเทศกาลสงกรานต์
“จนถึงขณะนี้ยังไม่มีนักลงทุนสถาบันติดต่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีนี้” นางวรวรรณ กล่าว
สำหรับบลจ.บัวหลวงไม่มีการลงทุนหุ้น JAS โดยส่วนตัวยังมีข้อสงสัยว่าทำไมจัสมินถึงเข้าร่วมประมูล ทั้งๆที่ไม่มีเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวงลดเกรด JASIF เป็นถือและลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 8 บาท แม้ในระยะสั้นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลยังคงสูงอยู่ คาดปี 2559 ราว 10.8% แต่ให้สมมติฐานอนุรักษนิยม คือ ปี 2570 เป็นต้นไป เสี่ยงที่จะไม่ได้ต่อใบอนุญาต เพราะ JAS ผิดเงื่อนไขจ่ายเงินประมูลคลื่น 900MHz อัตราผลตอบแทนเงินปันผลจะลดลงเหลือ 2-3% จากเงินสดในระยะยาวลดลง
ด้านฟิทช์วิเคราะห์ว่า การที่บริษัท แจส โมบาย ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการรายที่ 4 แต่ไม่น่าจะทำให้การแข่งขันลดลงผู้ประกอบการ 3 รายใหญ่น่าจะยังคงใช้กลยุทธ์ในการแข่งขันที่รุนแรง เพื่อเพิ่มหรือปกป้องส่วนแบ่งทางการตลาดจึงคงมีมุมมองในแง่ลบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในปี 2559 คาดว่าฐานะการเงินของผู้ประกอบการจะอ่อนแอลง การเติบโตของรายได้ที่อยู่ในระดับต่ำ







