
ศก.ฝืดกระทบอาเซียน
มูดี้ส์ชี้ความต้องการของโลกชะลอตัวกระทบประเทศส่งออก แนะใช้บริโภคภายในดันขยายตัวได้ผลกว่า
มูดี้ส์ชี้ความต้องการของโลกชะลอตัวกระทบประเทศส่งออก แนะใช้บริโภคภายในดันขยายตัวได้ผลกว่า
มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนในปี 2016-2017 ยังมีความหลากหลาย โดยคาดว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจเน้นพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มดีกว่าประเทศที่เน้นการส่งออกอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย
ราหุล โกช รองประธานและนักวิเคราะห์อาวุโสของมูดี้ส์ ระบุว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ยังมีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจอ่อนแอและมีความอ่อนไหวกับการชะลอตัวของความต้องการโลก ซึ่งมีแนวโน้มขยายออกไป โดยจะได้รับผลกระทบทั้งการส่งออกและการลงทุน
ก่อนหน้านี้ มูดี้ส์ออกรายงานคาดการณ์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5% โดยไม่สามารถลดดอกเบี้ยเพิ่มได้ เนื่องจากกังวลว่าหนี้เอกชนจะเพิ่ม แม้สภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจะผลักดันให้ดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาประเทศในอาเซียนเกือบทั้งหมดได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมยังแตกต่างขึ้นอยู่กับน้ำหนักของปัจจัยการค้าต่อจีดีพีในแต่ละประเทศ โดยสัดส่วนการค้าของสิงคโปร์ถือเป็น 346% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ในมาเลเซียมีสัดส่วนการค้าเป็น 131% และในไทยเป็น 130% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามากเมื่อเทียบกับในอินโดนีเซียที่ 41% และฟิลิปปินส์ที่ 58% อย่างไรก็ตาม ทั้ง 5 ประเทศยังมีภาพรวมทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ รายงานอินไซด์อาเซียนของมูดี้ส์ ยังระบุว่า กำลังติดตามการปฏิรูปนโยบายสำคัญๆ ในมาเลเซียซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันตกต่ำ ส่งผลต่องบประมาณของรัฐบาล พร้อมทั้งระบุว่า ยังมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาทิ ความผันผวนของกระแสเงินทุนและค่าเงินริงกิตอ่อนค่า เป็นปัจจัยสำคัญทำให้การขยายตัวของมาเลเซียชะลอตัวลง และทำให้มูดี้ส์ลดแนวโน้มอันดับเครดิตของมาเลเซียจากมุมมองเชิงบวกลงมาเป็นมีเสถียรภาพไปก่อนหน้านี้
ขณะที่มูดี้ส์ประเมินว่าเวียดนามจะยังเป็นประเทศที่ขยายตัวทางเศรษฐกิจดีที่สุดในอาเซียน จากแรงกระตุ้นของภาคการผลิตและการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างชาติที่เข้มแข็ง







