posttoday
'ศัลยกรรมความงาม' ดันไทยเป็น 'ฮับความงาม'

'ศัลยกรรมความงาม' ดันไทยเป็น 'ฮับความงาม'

23 มีนาคม 2559

โดย...พิชชาภา ศุภวัฒนกุล กองทุนบัวหลวง

โดย...พิชชาภา ศุภวัฒนกุล กองทุนบัวหลวง

เราได้ก้าวสู่ยุคของการปรุงแต่งและเติมความงามลงบนเรือนร่างโดยตรง ด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าโบทอกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเสริมจมูก เป็นต้น ไม่ว่าจะผ่านมีดผ่าตัดหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นกระบวนการเสริมความงามที่สังคมยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ

กระแสผลักดันสำคัญนั้นหนีไม่พ้นวัฒนธรรมดารา หรือคนดังจากแดนเกาหลี จนเทรนด์แฟชั่นผ่าตัดเสริมความงามในไทยเติบใหญ่ สร้างมูลค่าตลาดเฉียดปีละ 3 หมื่นล้านบาทไปแล้ว หากพิจารณาอัตราการเติบโตเป็นรายปีก็ตกปีละ 10% ทีเดียว กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ ศัลยกรรมพลาสติกขยายขนาดหน้าอก กรีดตาสองชั้น และผ่าตัดเสริมดั้งจมูก ตัวเลขสำรวจสถิติเกี่ยวกับศัลยกรรมพลาสติกย้อนหลัง 5 ปีในไทย พบแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่ามีคนเข้ารับผ่าตัดเสริมดั้งจมูกเพิ่มขึ้นถึง 20%  สถิติเหล่านี้ช่วยให้คนที่ยังข้องใจในอนาคตของธุรกิจเสริมความงามเข้าใจได้จะแจ้งขึ้น พร้อมทั้งแพทยสภายังย้ำว่าการแพทย์สาขานี้เป็นทางหนึ่งที่ช่วยสร้างความเติบโตในเศรษฐกิจประเทศไทยได้

ด้วยเทรนด์ที่เคลื่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้แพทยสภามองว่าบริการทางการแพทย์ด้านนี้ของเรากำลังก้าวเทียบตำแหน่งคู่แข่งขันสำคัญ นั่นคืออุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามของประเทศเกาหลี ซึ่งปัจจุบันสร้างเม็ดเงินสะพัดราวปีละ 1 แสนล้านบาท ดังนั้นแล้วควรมุ่งยกระดับประเทศให้เป็น “เมดิคัลฮับ” ควบคู่กับ “คอสเมติกฮับ” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเติบโตปีละ 1 แสนล้านบาท ให้ได้ใน 5 ปีข้างหน้า ทางแพทยสภาได้เน้นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและการสนับสนุนจากภาครัฐ ช่วยสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจนี้ให้ก้าวหน้า ด้วยหวังว่าจะประสบความสำเร็จ เช่น เกาหลี ที่วันนี้เป็นเป้าหมายปลายทางอันดับ 1 ของผู้รับบริการศัลยกรรมความงามจากทั่วโลก

สิ่งที่เป็นหัวใจในการผลักดันอุตสาหกรรมด้านนี้ของไทยให้เป็นผู้นำระดับโลก ก็คือพัฒนากระบวนการบริการรักษาที่สะอาดปลอดภัย พร้อมกับบุคลากรต้องมีใบรับรองความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันนี้กลไกในการกำกับดูแลทางคลินิกและทางการรักษา ยังมีช่องทางที่จะพัฒนาให้ก้าวไกลขึ้นได้อีก

ข้อมูลจากบทความในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ระบุว่า ประเด็นหลักของอุตสาหกรรมผ่าตัดเสริมความงามในบ้านเรา สืบเนื่องจากการศึกษาเฉพาะทางด้านศัลยกรรมความงามในโรงเรียนแพทย์ ที่มีนักเรียนแพทย์จำกัดเพียงปีละไม่กี่คน ทำให้ไม่สมดุลทางอุปสงค์และอุปทานในอุตสาหกรรม ผลตามมาก็คือแพทย์ทั่วไปที่ไม่ได้เรียนมาเฉพาะทางและไม่ได้ใบรับรองด้านศัลยกรรมพลาสติกโดยตรง ต่างเข้ามาเริ่มต้นอาชีพศัลยกรรมพลาสติก เพื่อเข้าร่วมอุตสาหกรรมที่กำลังเบ่งบานอย่างรวดเร็วแขนงนี้

เนื่องจากกลุ่มแพทย์เหล่านี้เรียนจบหลักสูตรพร้อมทั้งได้รับใบประกอบวิชาชีพทันที จึงมิใช่เรื่องผิดกฎหมายแต่อย่างใด ทว่าการไม่ได้ฝึกฝนเฉพาะทางอาจเกิดปัญหาตามมาได้ กรณีผลการผ่าตัดที่ผิดพลาด ดังปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน ดังนั้นแล้วแพทยสภาจึงมองหาทางออกของปัญหานี้ โดยส่งเสริมให้มีการฝึกฝนทักษะเพิ่มเติมและเพิ่มหลักสูตรเฉพาะทาง เพื่อพัฒนาระบบการเรียนและใบรับรองวิชาชีพให้ช่วยเสริมอุตสาหกรรมความงามที่เราชำนาญอย่างมากอยู่แล้ว ให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าได้เร็วกว่าก่อน

ด้วยการสนับสนุนของหน่วยงานรัฐและความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อให้ปัญหาผ่านพ้นไปได้ในปัจจุบัน ช่วยให้ความหวังว่าจะมีมูลค่าตลาดให้ได้ 1 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี มีความเป็นไปได้มากขึ้น เนื่องจากนักเดินทางที่ไหลเข้าประเทศเพื่อมุ่งรับบริการทางแพทย์ กว่าครึ่งในทุก 1.5 แสนคน เข้ามาเพื่อศัลยกรรมความงาม ทำให้คาดกันว่าน่าจะเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มต้นแล้ว

สัญญาณเริ่มแรกบ่งบอกว่าอุตสาหกรรมแขนงนี้ขยายตัวเติบโตไปยังนานาประเทศปรากฏผ่านรายงานของแพทยสภา ว่าเริ่มมีตัวแทนจัดหางานชาวต่างชาติเข้ามาเฟ้นหาศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยมของไทยกันแล้ว ด้วยแรงกระตุ้นทั้งจากความต้องการในประเทศและในตลาดโลก ทำให้อุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามกำลังเป็นขาขึ้น และมีอนาคตอันสดใส บนความเป็นไปได้ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศในอีกไม่นาน เนื่องจากอัตราการเติบโตที่มากขึ้นทุกปี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ