
บีเอ็มฯ ซีรีส์ 5 ไฮบริด สมรรถนะที่มาพร้อมรักษ์โลก
บีเอ็มดับเบิลยู เดินหน้าต่อยอดปรัชญา EfficientDynamics ด้วย BMW Concept 5 Series ActiveHybrid ซึ่งทางบีเอ็มฯ ประกาศว่าจะเริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2011 หรือในปีหน้า
บีเอ็มดับเบิลยู เดินหน้าต่อยอดปรัชญา EfficientDynamics ด้วย BMW Concept 5 Series ActiveHybrid ซึ่งทางบีเอ็มฯ ประกาศว่าจะเริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2011 หรือในปีหน้า
บีเอ็มฯ ซีรีส์ 5 คอนเซปต์ใหม่ นั้นถูกพัฒนาขึ้นด้วยแนวทางความคิดที่จะเฟ้นหาระบบไฮบริดที่ดีและเหมาะสมที่สุด หรือ “Best of Hybrid” สำหรับรถยนต์แต่ละขนาด โดยวิศวกรของบีเอ็มฯ ได้พัฒนาระบบไฮบริดแบบใหม่สำหรับ บีเอ็มฯ ซีรีส์ 5 คอนเซปต์ ActiveHybrid ที่แตกต่างจากบีเอ็มฯ ActiveHybrid ในรุ่น X6 และ BMW ActiveHybrid ในซีรีส์ 7 ที่ออกสู่ตลาดไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ระบบ Full-Hybrid ในบีเอ็มฯ ซีรีส์ 5 คอนเซปต์ ActiveHybrid นั้นเป็นการทำงานผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์ 6 สูบ TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ ด้วยโหมด All-Electric Zero-Emission นี้ ซึ่งหมายความว่าระบบนี้ จะไม่คายไอเสียเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์
ในขณะเดียวกัน ฟังก์ชั่นออโต สตาร์ท / สต็อป ที่จะช่วยตัดการทำงานของเครื่องยนต์ทันทีที่รถจอดติดไฟแดงและในสภาพการจราจรติดขัด โดยระบบการทำงานในส่วนอื่นของรถ รวมถึงระบบปรับอากาศก็จะได้รับการป้อนพลังงานจากระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติโดยที่ผู้ขับไม่ต้องสั่งการด้วยตัวเอง
รถรุ่นนี้ได้รับการวิจัยและพัฒนาภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจนว่า 1.ต้องสามารถเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมันได้อีกอย่างน้อย 10% เมื่อเทียบกับรุ่นปกติ ภายใต้การทดสอบตามมาตรฐานของ EU และ 2 ต้องคงไว้ซึ่งคาร์แรกเตอร์ของ บีเอ็มฯ ซีรี่ย์ 5 คือ การเป็นสุดยอดรถซาลูนขนาดกลางที่ แฝงความสปอร์ตในสไตล์การขับขี่ของบีเอ็มฯ
นอกจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันขณะใช้ความเร็วต่ำในสภาพการจราจรที่แออัดในเมืองแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นตัว ‘บู๊ส’ พลังขณะใช้ความเร็วสูงเพื่อเสริมกำลังโดยเฉพาะในขณะเร่งแซงให้กับระบบเครื่องยนต์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มการตอบสนองการขับขี่ ที่ปราดเปรียวในสไตล์บีเอ็มฯ แล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาภาระของเครื่องยนต์และช่วยประหยัดพลังงานในเวลาเดียวกัน
ที่นี้ เรามาดูที่ระบบ Power Electronics กันหน่อย เจ้าระบบนี้จะทำหน้าที่สั่งการในการจัดสรรพลังงานและหน้าที่การทำงานของทั้งระบบผลิตกำลัง คือ ระบบเครื่องยนต์และระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน รวมถึงระบบอิเลคทรอนิคต่างๆของรถ เช่น ระบบหล่อเย็น ระบบปั๊มน้ำ/น้ำมันเครื่อง และระบบปรับอากาศ เป็นต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสมรรถนะสูงสุดภายใต้สภาพการขับขี่และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
ระบบ Power Electronics ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมจากระบบของ บีเอ็มฯ ActiveHybrid X6 และ BMW ActiveHybrid 7 โดยระบบจะประมวลผลข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่และสภาพแวดล้อม เพื่อนำมาใช้สั่งการและจัดสรรหน้าที่การทำงานของระบบต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองการขับขี่ได้สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านของสมรรถนะและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ซึ่งระบบจะเก็บข้อมูลจากระบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า, ระบบบริหารแชสซี, ระบบแบตเตอรี่, ระบบบริหารพลังงาน และเซ็นเซอร์ตามจุดต่างๆรอบตัวรถ เพื่อนำมาประมวลผลรวมกับข้อมูลการเดินทางที่ผู้ขับบันทึกไว้ในระบบนำทางนาวิเกเตอร์ และนำมาคำนวณล่วงหน้าเพื่อวางแผนการบริหารระบบต่างๆ
ยกตัวอย่างเช่น หากเส้นทางที่กำลังจะถึงเป็นทางลงเขา ระบบก็จะเตรียมปรับระบบ Brake Energy Re-generation ให้อยู่ในโหมดที่มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุด หรือในกรณีที่เส้นทางเป็นทางตรงยาว ที่ผู้ขับขับด้วยความเร็วคงที่ตลอด ในขณะที่แบตเตอรี่มีไฟฟ้าสะสมเต็มที่แล้ว ระบบก็จะสั่งการให้ระบบมอเตอร์เข้ามาทำงานแทนที่ระบบเครื่องยนต์ ซึ่งการคำนวณล่วงหน้าดังกล่าวนี้ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีกถึง 30%
ทั้งนี้ บีเอ็มฯ จะผลิตบีเอ็มฯ ซีรี่ส์ 5 รุ่นไฮบริดในช่วงต้นปีหน้า และจะขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไฮบริดอย่างต่อเนื่อง เช่นในรุ่น BMW ซีรี่ย์ 3 และรุ่นอื่นๆที่เหมาะสมต่อไป







