
ROBINS ลดเปิดสาขาใหม่ เน้นเพิ่มอัตรากำไร
โดย...จิตรา อมรธรรม
โดย...จิตรา อมรธรรม
บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) มีมุมมองเป็นบวกต่อแผนการเติบโตระยะยาวในช่วงปี 2559-2563 แม้บริษัทปรับลดแผนการเปิดสาขาใหม่จากอดีตปีละ 4-5 สาขา เป็น 2-3 สาขา และหันมา Renovate สาขาเก่าเพื่อปรับปรุงเพิ่มพื้นที่สำหรับสินค้าในกลุ่ม Private Brand และ International Brand ที่มีอัตรากำไรสูงและยังมีฐานต่ำ รวมถึงได้รับการตอบรับค่อนข้างดีโดยเฉพาะฐานลูกค้าในต่างจังหวัด ทำให้ล่าสุดแนวโน้มยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 1/2559 ยังฟื้นตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่อง
นอกจากนี้ คาดเห็นพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ร่วมกับรายได้ค่าเช่าที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2559 ขึ้น 4.5% เป็นการเติบโต 19.6% เมื่อเทียบปีต่อปีจากเดิมคาดโต 14.4% เมื่อเทียบปีต่อปี และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2559 เป็น 56 บาท จากเดิม 54 บาท (อิงวิธี Discounted Cash Flow : DCF) ยังมี Upside กว่า 20% คงคำแนะนำซื้อและยังเป็น Top Pick ของกลุ่มร่วมกับ HMPRO
บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/2558 ค่อนข้างน่าประทับใจทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 701 ล้านบาท (+76.6% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส +17.8% เมื่อเทียบปีต่อปี) โดยมี SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 3.1% เมื่อเทียบปีต่อปี -4% เมื่อเทียบปีต่อปี ในไตรมาส 3/2558 ทำให้ทั้งปี 2558 ติดลบราว -2.1% เมื่อเทียบปีต่อปี กอปรกับเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง แม้จะมีรายได้รวมปี 2558 โตเพียง 4% เมื่อเทียบปีต่อปี แต่กำไรสุทธิโตได้มากกว่าที่ 11.7% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 2,153 ล้านบาท มาจากรายได้ค่าเช่าที่เติบโตสูง 37% เมื่อเทียบปีต่อปี และการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ Super Sport ที่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่ม 23% เมื่อเทียบปีต่อปี
n ปรับกลยุทธ์ลดการขยายสาขา
ผู้บริหารเผยแผนการเติบโตระยะยาวปี 2559-2563 โดยปรับลดแผนเปิดสาขาใหม่จากปีละ 4-5 สาขาในอดีต เป็น 2 สาขา ในปี 2559 (นครศรีธรรมราช/CPN และลพบุรี/Lifestyle Center) และจะเปิดปีละ 3 สาขา ในช่วงปี 2559-2563 ส่วนสาขาในเวียดนามชะลอออกไปก่อน โดยปัจจุบันมี 2 สาขาในเวียดนาม (สาขาที่ฮานอยเป็นของบริษัทเอง ส่วนที่โฮจิมินห์เป็นการให้ Franchise) พร้อมกับมีแผน Renovate 4 สาขาในปีนี้ ได้แก่ พระราม 9 เชียงใหม่ ราชบุรี และจันทบุรี ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้า SSSG ปีนี้ที่ 4% เมื่อเทียบปีต่อปีและตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมที่ 8% เมื่อเทียบปีต่อปี
สำหรับกลยุทธ์หลักที่ผู้บริหารจะเน้นต่อเนื่องคือ เพิ่มความสามารถทำกำไรให้สูงขึ้น โดยจะเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงอย่าง Private Brand (ปัจจุบันมีสัดส่วน 9% ของรายได้รวม) และ International Brand (ปัจจุบันมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของรายได้รวม) เช่น Claire’s, Payless, babyshop, JustBuy 60 THB ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่ไม่กี่สาขาและได้รับการตอบรับค่อนข้างดี โดยมีเป้าหมายเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้เป็น 25% จาก 24.5%
n เพิ่มประมาณการกำไรปีนี้โต 19.6%
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแผนการเติบโตในระยะยาวของบริษัท โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ขึ้นจากเดิม 4.5% เป็น 2,576 ล้านบาท เติบโต 19.6% เมื่อเทียบปีต่อปี ด้วยสมมติฐานเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง SSSG ที่ 3% เมื่อเทียบปีต่อปี อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 20 bps ถือว่า Conservative กว่าเป้าหมายของผู้บริหารที่ 50 bps และคาดรายได้ค่าเช่ายังเติบโตต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอตัวลงจากฐานสูงและการเปิดสาขาใหม่น้อยลง







