
โรงแรมฮาลาลฉลุย ต่างจังหวัดจีบลงทุน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ฮาลาล แปลว่า ถูกต้องตามหลักศาสนบัญญัติของศาสนาอิสลาม และเป็นเครื่องหมายสะท้อนความสะอาด ปลอดภัยของสินค้าและบริการ ดังนั้นหากสถานประกอบการใดมีเครื่องหมายฮาลาล นอกจากทำให้คนที่นับถือศาสนาอิสลามมั่นใจใช้บริการ ก็ทำให้ลูกค้าที่นับถือศาสนาอื่นมั่นใจเช่นกัน ซึ่งล่าสุดก็มีการเปิดตัวโรงแรมฮาลาลมาตรฐาน 4 ดาวแห่งแรกในไทยรอศักดิ์ มูลทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร โรงแรมอัล มีรอซ และบริษัท ที.เอส.แฟมิลี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า กลุ่ม ที.เอส.แฟมิลี่ กรุ๊ป ได้ลงทุน 1,000 ล้านบาท เปิดโรงแรมอัล มีรอซ เป็นโรงแรมฮาลาลอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยมาตรฐานระดับ 4 ดาว เพราะมองว่าจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกมีกว่า 1,600 ล้านคน หรือ 23% ของประชากรโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2,200 ล้านคนในปี 2573 จึงมีศักยภาพอย่างมากในการเปิดโรงแรมฮาลาลเจาะตลาดชาวมุสลิมกำลังซื้อสูง
ที่ผ่านมาไทยมีโรงแรมฮาลาลบ้าง แต่อยู่ในระดับ 2-3 ดาว ไม่มีระดับ 4 ดาว อีกทั้งย่านรามคำแหงซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมอัล มีรอซ ก็ไม่มีโรงแรม 4 ดาวอยู่เลย ดังนั้นนอกจากรองรับตลาดชาวมุสลิมแล้ว ยังรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป และนักกีฬาจากชาติมุสลิมที่มาเก็บตัวในไทยย่านนี้ได้ด้วย โดยโรงแรมอัล มีรอซ มีห้องพัก 242 ห้อง ห้องประชุมจัดเลี้ยงขนาดใหญ่จุคนได้ 500-1,200 คน ตั้งเป้าปีนี้ซึ่งเป็นปีแรกจะทำรายได้จากโรงแรมได้ 198 ล้านบาท มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 80% ได้ในปีที่ 3 และคืนทุนได้ภายใน 7-8 ปี
สัญญา แสงบุญ กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอัล มีรอซ กล่าวว่า โรงแรมเปิดบริการไม่เป็นทางการมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2558 จนถึงปัจจุบันมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 65% ต่อเดือน เกินกว่าที่คาดหมายว่าจะมีอัตราเข้าพัก 55% โดยราคาขายก็ทำได้ดีตามที่คาด กลุ่มที่มาใช้บริการมาจากอินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง มาเลเซีย รวมทั้งประเทศยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์ นอกจากนี้ยังมีจากเยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศสด้วย
“ตั้งเป้าหมายว่าโรงแรมอัล มีรอซ น่าจะทำรายได้เติบโต 7-10% ต่อปี ราคาห้องพักปรับขึ้นได้ไม่เกิน 5-7% ต่อปี โดยโรงแรมมีศักยภาพเจาะตลาดทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป และกลุ่มประชุมสัมมนา”
ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดโรงแรมอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ค.นี้ โดยหลังจากนี้จะเดินสายทำตลาดไปโรดโชว์ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่โอมาน พร้อมร่วมงานเทรดโชว์ด้านการท่องเที่ยวในดูไบ จากนั้นจะจับมือ ททท.ไปโรดโชว์ที่เอเชียกลาง แถบอุซเบกิสถาน คาซัคสถาน และจบที่การร่วมงานเทรดโชว์ใหญ่ ดับเบิ้ลยูทีเอ็ม ปลายปีที่อังกฤษ ส่วนการทำตลาดประเทศในอาเซียน จะเดินสายทำทุก 2-3 เดือนอยู่แล้ว
สำหรับตลาดลูกค้าสำคัญของโรงแรม มองว่าอันดับหนึ่งน่าจะเป็นชาวอินโดนีเซีย เพราะเป็นประเทศมุสลิมที่มีจำนวนประชากรมาก ส่วนตลาดมาเลเซีย ก็เริ่มรู้จักโรงแรมอัล มีรอซ มากขึ้น เนื่องจากมีละครมาเลเซียมาใช้โรงแรมอัล มีรอซ เป็นสถานที่ถ่ายทำและนำไปเผยแพร่ทำให้คนรู้จัก ดังนั้นก็น่าจะได้รับกระแสตอบรับดีเช่นกัน ส่วนตลาดเอเชียกลาง คาดว่าหลังจากที่โรงแรมไปทำโรดโชว์ก็น่าจะเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง
ด้านตลาดในประเทศก็จะเน้นเจาะกลุ่มประชุมสัมมนา รวมถึงตลาดแต่งงาน ซึ่งที่ผ่านมาหลังเปิดโรงแรม ก็มียอดจองจัดเลี้ยงแต่งงานแน่นทุกเสาร์-อาทิตย์
สัญญา กล่าวว่า 2-3 ปีข้างหน้าคงเริ่มมีนักลงทุนที่มีแนวคิดทำโรงแรมฮาลาล เหมือนโรงแรมอัล มีรอซ เพราะคนเริ่มเข้าใจคำว่าฮาลาลมากขึ้น ว่าหากโรงแรมมีฮาลาลก็จะสะท้อนมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย สะดวกสบาย เงียบสงบ ไม่ได้ขายสิ่งมึนเมา ที่ผ่านมาหลังเปิดบริการก็ไม่มีเสียงสะท้อนทางลบจากกรณีโรงแรมไม่นำเสนอสิ่งมึนเมา เพราะทุกคนเข้าใจหลักฮาลาล
ขณะเดียวกัน ล่าสุดก็มีนักลงทุนต่างจังหวัดชวนให้กลุ่มโรงแรมอัล มีรอซ ไปทำโรงแรมฮาลาลในต่างจังหวัดด้วย เช่น พัทยา หัวหิน ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ นราธิวาส ซึ่งก็สนใจ แต่ขอดูผลตอบรับโรงแรมอัล มีรอซ ปลายปีก่อนแล้วจึงตัดสินใจอีกครั้ง หากตกลงคงไป 2 รูปแบบ คือ ร่วมลงทุน และรับเป็นที่ปรึกษา
หากทำตลาดนำเสนอสินค้าและบริการด้านฮาลาลในไทยดีๆ จะดึงชาวมุสลิมทั่วโลกมาเที่ยวได้มากขึ้นแน่นอน







