
สมอ.ฮึดคุมเข้มรถเกรย์
สมอ.ต้อนเกรย์มาร์เก็ต 80 ราย ติดอีโคสติ๊กเกอร์ ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบ สกัดปัญหาผู้ใช้โดนโกง
สมอ.ต้อนเกรย์มาร์เก็ต 80 ราย ติดอีโคสติ๊กเกอร์ ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบ สกัดปัญหาผู้ใช้โดนโกง
นายณัฐพล รังสิตพล รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ประจำเดือน มี.ค. 2558 มีมติเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และทางเลือกในการตรวจสอบรถยนต์นำเข้าอิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) พร้อมกับให้ดำเนินการติดอีโคสติ๊กเกอร์ เพื่อแสดงมาตรฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์ ตามโครงสร้างภาษีรถยนต์ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2559 ที่ดำเนินการโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง
รองเลขาธิการ สมอ.กล่าวว่า ขั้นตอนดังกล่าวนอกจากจะเป็นทางเลือกให้มีการตรวจสอบรถยนต์เกรย์มาร์เก็ตให้ได้มาตรฐานบังคับ เช่นเดียวกับรถยนต์ทั่วไปแล้ว การติดอีโคสติ๊กเกอร์จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อรถว่าเมื่อซื้อแล้วจะไม่เกิดปัญหา เช่น ปัญหารถเถื่อน หรือดัดแปลงหรือใช้เชื้อเพลิง ซึ่งอาจไม่เหมาะสมในประเทศไทยด้วย
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการนำเข้ารถเกรย์มาร์เก็ตที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย 80 ราย จากผู้ประกอบการทั่วประเทศ 300 ราย และจากจำนวนนิติบุคคลตามกฎหมายนี้มีเพียง 20 ราย ที่ลงทะเบียนถูกต้อง ขณะที่18 ราย เพิ่งยื่นเรื่องเข้ามา จึงยังลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ ซึ่ง สมอ.ต้องการให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อให้มีสัญลักษณ์อีโคสติ๊กเกอร์ไปติดบนรถ
นายณัฐพล ชี้แจงว่า มติของ กมอ.มี 5 แนวทาง 1.ผู้นำเข้าสามารถยื่นขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และเริ่มกรอกข้อมูลในระบบอีโคสติ๊กเกอร์ได้ตั้งแต่เริ่มมีใบแจ้งราคาสินค้า 2.สามารถใช้ห้องแล็บในต่างประเทศได้ คือสามารถมีผลทดสอบตั้งแต่ก่อนการนำเข้า 3.สามารถใช้ค่าคาร์บอนไดออกไซด์ในการรับรองผลจากเซอร์ทิฟิเคต ออฟ คอนเฟิร์มมิตี้ (ซีโอซี) ของรถยนต์ที่เคยได้รับการรับรองตามมาตรฐานยูเอ็นได้ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานยื่นขออีโคสติ๊กเกอร์ 4.สามารถใช้ผลการทดสอบบางรายหรือทุกรายการในซีโอซีที่ได้รับการตรวจสอบเป็นหลักฐานในการยื่นขอใบอนุญาต และ 5.สามารถเทียบผลได้หนึ่งปี หากเป็นนิติบุคคลเดียวกัน
ทั้งนี้ ในปี 2558 มียอดรถนำเข้ามา 8 แสนคัน จำนวนนี้ไม่เกิน 1% หรือ 7,000 คัน ที่เป็นรถเกรย์ที่มีการนำเข้าเฉพาะครั้ง ราคาเฉลี่ยมากกว่า 1 ล้านบาท







