
Commitment Culture
เวลานี้ยังอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของปี หลายๆ บริษัทยังคงคิดถึงเรื่องของการปฏิบัติงานตามแผนของปีนี้ที่วางเอาไว้ว่าจะทำอย่างไรที่จะขับเคลื่อนบริษัทให้บรรลุเป้าหมายตามแผนที่เอาไว้ หากมองในภาพของพนักงานในฝ่ายต่างๆ ทุกคนก็จะคิดถึงเรื่องการทำยอดให้ได้ตามที่ได้รับมอบหมาย ถ้าเป็นในส่วนของผู้บริหารระดับสูงแล้วก็จำต้องมองภาพที่กว้างขึ้น เรียกว่างานในระดับนี้เป็นเรื่องของการ “บริหารกองทัพ” ของบริษัทก็ว่าได้ค่ะ
เวลานี้ยังอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของปี หลายๆ บริษัทยังคงคิดถึงเรื่องของการปฏิบัติงานตามแผนของปีนี้ที่วางเอาไว้ว่าจะทำอย่างไรที่จะขับเคลื่อนบริษัทให้บรรลุเป้าหมายตามแผนที่เอาไว้ หากมองในภาพของพนักงานในฝ่ายต่างๆ ทุกคนก็จะคิดถึงเรื่องการทำยอดให้ได้ตามที่ได้รับมอบหมาย ถ้าเป็นในส่วนของผู้บริหารระดับสูงแล้วก็จำต้องมองภาพที่กว้างขึ้น เรียกว่างานในระดับนี้เป็นเรื่องของการ “บริหารกองทัพ” ของบริษัทก็ว่าได้ค่ะ
นอกเหนือจากองค์ความรู้และระบบการบริหารจัดการที่ผู้บริหารจะได้ร่ำเรียนจากสถาบันชั้นนำแล้ว ดิฉันมองว่ามีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และสิ่งนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถหาเรียนได้จากตำราหรือสถาบันไหน นั่นคือการสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ขึ้นมา สำหรับดิฉันแล้วมองว่าวัฒนธรรมองค์กรที่สามารถขับเคลื่อนให้บริษัทประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ก็คือ การสร้างวัฒนธรรมแห่งการทุ่มเท หรือ “Commitment Culture”
เนื่องจากในแต่ละบริษัทนั้นมีพนักงานอยู่หลายประเภทที่ทำงานให้กับเรา แต่พนักงานที่มีความตั้งใจในการทำงาน มีความทุ่มเทและเต็มที่ให้กับองค์กรเป็นอย่างดีก็สมควรที่บริษัทจะสร้างความเชื่อมั่นและหลักปฏิบัติที่ดี เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่กับเราต่อไป
ทั้งนี้ การที่เราจะทำให้พนักงานที่ทำงานเต็มที่เพื่อ Best Interest ขององค์กรอยู่แล้วมีความรู้สึกว่าอยากอยู่กับเราต่อและแน่ใจว่าองค์กรก็พร้อมสนับสนุนพวกเขาด้วยนั้น องค์กรต้องทำให้ตัวพนักงานมีความรู้สึกว่ามีความมั่นคงปลอดภัยจริงๆ ในการทุ่มเททำงานให้กับองค์กร ขณะเดียวกันก็ต้องยอมให้พนักงานมี Control เต็มที่ในงานที่พวกเขาทำค่ะ
นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมค่ะว่า แม้ว่าพนักงานจะทุ่มเทกับงานเต็มที่ขนาดไหน แต่ก็ไม่จำเป็นว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็น Best Interest ของบริษัทด้วยเสมอไป สิ่งที่ทำออกมาพนักงานอาจมองว่าถูกแล้วและน่าจะออกมาดี แต่ในความเป็นจริงผลลัพธ์อาจออกมาไม่ดีก็ได้ค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการทำงานที่สามารถเกิดความผิดพลาดได้
เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องสร้าง Commitment Culture โดยการออกมายืนเคียงข้างพนักงานที่ทุ่มเทเต็มที่แม้ว่าเขาจะทำผิดก็ตาม โดยบริษัทสมควรแสดงให้เห็นถึงการเข้ามามีส่วนรับผิดชอบด้วยและทำการว่ากล่าวตักเตือนและแนะนำในการพัฒนาการทำงานที่ดีขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันก็ต้องให้โอกาสในการพิสูจน์ตนเอง
โดยสรุปแล้วแก่นสำคัญในการสร้าง Commitment Culture ขององค์กร ก็คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยหรือ “Safety” และมอบหมายอำนาจในการควบคุมดูแลงานหรือ “Control” ให้กับพนักงานที่ทุ่มเทให้กับองค์กรมาโดยตลอด เมื่อองค์กรแสดงทัศนคติทั้งสองอย่าง และปฏิบัติให้เป็นที่ประจักษ์ต่อพนักงานได้เห็นชัดเจนแล้ว พนักงานกลุ่มนี้ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้พนักงานคนอื่นเดินรอยตามอีกด้วยค่ะ







