
สีเบเยอร์รุกออนไลน์
สีเบเยอร์ชี้เศรษฐกิจซบ ตลาดสีทาอาคารปีนี้หดตัว 10% ต้องปรับตัว ขายออนไลน์-เปิดตัวสีใหม่หวังโต 5%
สีเบเยอร์ชี้เศรษฐกิจซบ ตลาดสีทาอาคารปีนี้หดตัว 10% ต้องปรับตัว ขายออนไลน์-เปิดตัวสีใหม่หวังโต 5%
นายวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานบริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากภาวะเศรษฐในประเทศชะลอตัวจะส่งผลกระทบกับตลาดสีทาอาคารปีนี้หดตัวลง 10% จากปี 2558 มีมูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท คาดว่าปีนี้จะเหลือ 2.2 หมื่นล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวโรงการใหม่น้อยลง ซึ่งเห็นสัญญาณตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการปรับปรุงบ้านในต่างจังหวัดชะลอการใช้สี
"ตลาดสีปีนี้หดตัวลง แต่เราคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ 5% เนื่องจากพยายามพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคข้าวยากหมากแพง ด้วยกลยุทธ์ Eco-Wellness Innovation ซึ่งเป็นนวัตกรรมสีที่ใช้งานได้จริง เช่น สีเบเยอร์คูลหรือสีกันร้อน สีเบเยอร์ชิลด์ แอร์ เฟรช หรือสีฟอกอากาศบริสุทธิ์ คาดว่าจะช่วยดันรายได้ปีนี้ให้เติบโตปิดรายได้ 4,400 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 4,200 ล้านบาท" นายวรวัฒน์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ก็ได้รุกช่องทางการขายผ่านอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น โดยได้เริ่มขายผ่านลาซาด้า เพื่อเจาะลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทาสีภายในห้องด้วยตนเอง เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ได้ใช้งบการตลาดรวม 400 ล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้งบรวม 300 ล้านบาท โดยงบจำนวน 150 ล้านบาท ใช้กับการทำตลาดสีเบเยอร์คูลที่ช่วยลดความร้อนภายในอาคาร เนื่องจากมีไมโครสเฟียร์เซรามิก มีความเกลี้ยงสามารถสะท้อนแสงแดดได้ 95% จึงสามารถกันความร้อนและทำให้อุณหภูมิลดลง
นอกจากนี้ บริษัทพยายามเจาะฐานลูกค้าระดับกลาง-บน เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปีนี้บริษัทยังใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท ที่ได้ลงมาตั้งแต่ปี 2558-2560 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสีจากปัจจุบันอยู่ที่ 30 ล้านลิตร/ปี คาดว่าปีหน้าจะมีกำลังการผลิต 100 ล้านลิตร/ปี







