posttoday
ช่อง7-กะทิชาวเกาะ-ปุ้มปุ้ยฝ่าแนวรบชนะคดีลิขสิทธิ์ต่างแดน

ช่อง7-กะทิชาวเกาะ-ปุ้มปุ้ยฝ่าแนวรบชนะคดีลิขสิทธิ์ต่างแดน

02 สิงหาคม 2553

ในความเป็นจริง ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการไทยก็ถูกต่างชาติละเมิดเช่นกัน เนื่องจากความสามารถในการสร้างสรรค์และอุตสาหะในการเข้าไปเจาะตลาดต่างประเทศ...

ในความเป็นจริง ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการไทยก็ถูกต่างชาติละเมิดเช่นกัน เนื่องจากความสามารถในการสร้างสรรค์และอุตสาหะในการเข้าไปเจาะตลาดต่างประเทศ...

โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด

ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้าปลอมมาเป็นเวลานาน ถึงขนาดที่สำนักงานผู้แทนการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือยูเอสทีอาร์ จัดให้ไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพื่อการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

ในความเป็นจริง ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการไทยก็ถูกต่างชาติละเมิดเช่นกัน เนื่องจากความสามารถในการสร้างสรรค์และอุตสาหะในการเข้าไปเจาะตลาดต่างประเทศจนประสบความสำเร็จ โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยมักละเลยที่จะจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในต่างประเทศและแม้กระทั่งในประเทศก็ยังมีความตื่นตัวไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้ถูกละเมิดได้ง่าย

 

ช่อง7-กะทิชาวเกาะ-ปุ้มปุ้ยฝ่าแนวรบชนะคดีลิขสิทธิ์ต่างแดน

อย่างไรก็ดี วันนี้ผู้ประกอบการไทย 3 รายที่ถูกละเมิดในต่างแดน ได้แก่ ช่อง 7 สี กะทิชาวเกาะ และปลากระป๋องปุ้มปุ้ยปลายิ้ม ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิจนชนะคดี เรียกร้องค่าเสียหายได้เป็นผลสำเร็จ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่อาจจะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายอื่นเห็นความสำคัญต่อการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามากยิ่งขึ้น

คดีแรก ช่อง 7 สี ในนามบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ (บีบีทีวี) ชนะคดีละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าในสหรัฐ ได้รับค่าเสียหาย 8.318 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 267 ล้านบาท

สำนักงานเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ได้รับมอบหมายให้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับ ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น (ไอพีทีวี) ผู้ดำเนินธุรกิจรายการโทรทัศน์ภาษาไทยและภาษาลาวที่สหรัฐ โดยตัวบริษัทตั้งอยู่ในสหรัฐ และฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย
ความเป็นมาของคดีเกิดจากที่ช่อง 7 สี เคยอนุญาตให้ไอพีทีวีเผยแพร่รายการได้บางรายการ กระทั่งสัญญาสิ้นสุดลง ไอพีทีวีขอต่อสัญญาใหม่ แต่ช่อง 7 ไม่ยอมรับข้อเสนอ ปรากฏว่าไอพีทีวียังคงเผยแพร่รายการของช่อง 7 สี ต่อผ่านบริการทางเว็บไซต์ เคเบิลทีวีผ่านดาวเทียม และเครือข่ายจำหน่ายสื่อโทรทัศน์ เช่น ดีวีดี ด้วยการจัดส่งให้แก่ร้านค้าไทยและเอเชียเพื่อการจำหน่ายและให้เช่าทั่วสหรัฐและประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

ช่อง 7 สี ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแขวงกลางมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2552 เพื่อกล่าวโทษไอพีทีวีเจตนาทำซ้ำ จำหน่าย และแพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำในรายการที่มีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของช่อง 7 สี ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้วในสหรัฐ

วันเดียวกัน ช่อง 7 สี ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังจากกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ปอศ. ตรวจค้นจับกุมที่ทำการของไอพีทีวีในกรุงเทพฯ ด้วย ในฐานะที่มีส่วนละเมิด

ต่อมาวันที่ 8 ก.ค. 2553 ศาลแขวงกลางมลรัฐแคลิฟอร์เนีย มีคำพิพากษาตัดสินให้ช่อง 7 ชนะคดี ได้รับการชดเชยค่าเสียหายจากไอพีทีวี ประกอบด้วย ค่าเสียหายสำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์ 7.018 ล้านเหรียญสหรัฐ และค่าเสียหายสำหรับการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ

นนท์ หรยางกูร ทนายความที่ปรึกษา สำนักงานเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ กล่าวว่า ค่าเสียหายตามคำพิพากษาในคดีนี้ถือได้ว่าเป็นยอดค่าเสียหายจำนวนสูงสุดที่เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาไทยซึ่งขอรับความคุ้มครองสิทธิในสหรัฐเคยได้รับ

คดีที่สอง บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว ผู้ผลิตสินค้ากะทิชาวเกาะ ประสบความสำเร็จในการขอให้ศาลมีคำสั่งดำเนินการตรวจค้น ยึด และอายัดเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานไว้ก่อนการพิจารณาในคดีเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ในจีน

ความเป็นมาของคดี บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว ได้มอบหมายให้สำนักงานเบเคอร์ฯ ยื่นคำฟ้องต่อศาล Guangzhou Intermediate Court ในมลฑลกว่างโจว เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับบริษัทจีนชื่อว่า Qionghai Zhongyuan Zhenxiangji Mingji Coconut Processing (Zhenxiangji) ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ผลิตและจำหน่ายกะทิภายใต้ชื่อการค้าเดียวกับบริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว คือ CHAOKOH และใช้โลโก้รูปคนถือลูกมะพร้าว แถมลักษณะหีบห่อบรรจุภัณฑ์ก็คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิตรายเดียวกัน โดยขอให้|ศาลพิจารณาสั่งดำเนินการตรวจค้น ยึด และอายัดเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานไว้ก่อนการพิจารณาคดี และเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 2.01 ล้านหยวน
ปลายเดือน มี.ค. 2553 ศาลได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บพยานหลักฐานที่โรงงานและคลังสินค้าของ Zhenxiangji ก่อนการพิจารณาคดีตามที่ถูกร้องขอ โดยเจ้าหน้าที่ศาลได้พบพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการละเมิดสิทธิของบริษัท เทพผดุงพรฯ จริง ขั้นตอนต่อไปคือเรียกร้องชดเชยค่าความเสียหาย

คดีที่สาม บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ผู้ผลิตสินค้าอาหารทะเลสำเร็จรูปภายใต้ชื่อ ปุ้มปุ้ยปลายิ้ม ประสบความสำเร็จในการขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิจารณาฟ้องร้องคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ และการลวงขายที่มาเลเซีย

สำนักงานเบเคอร์ฯ ได้ยื่นคำฟ้องและคำร้องขอต่อศาล High Court of Sabah and Sarawak เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2552 ให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิจารณาคดี เนื่องจากบริษัท Wees Marketing Co.Sdn. Bhd. บริษัทในมาเลเซีย จำหน่ายปลากระป๋องซาร์ดีนในซอสพริกที่มาเลเซีย ภายใต้เครื่องหมายการค้า Smiling Brand ซึ่งมีบรรจุภัณฑ์คล้ายคลึงกับบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล

ช่วงปลายเดือน พ.ค. 2553 ศาลได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิจารณาคดีห้ามไม่ให้ Wees Marketing ใช้เครื่องหมาย Smiling Brand และลักษณะบรรจุภัณฑ์ที่มีข้อพิพาทกันอยู่

นนท์ ย้ำว่า ผู้ประกอบการที่จะทำตลาดต่างประเทศควรกำหนดค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนในต่างแดนไว้เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนธุรกิจ เพราะเป็นเรื่องจำเป็น เฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการจดเครื่องหมายการค้าต่างประเทศ 8 หมื่น-1.5 แสนบาท ถ้าไม่จด เมื่อถูกละเมิดต้องจ้างทนายความในต่างประเทศให้ทำคดีให้จนถึงคดีสิ้นสุดในชั้นศาล มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 7 แสนบาทต่อคดี

“กรณีของช่อง 7 ที่เรียกร้องค่าเสียหายได้มาก และคดีจบได้เร็ว เพราะยื่นจดลิขสิทธิ์ไว้ก่อนแล้ว ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ทุกวันนี้เวลามีงานแสดงสินค้าในต่างประเทศจะมีคนคอยมาดู มาถ่ายรูป วันรุ่งขึ้นสามารถลอกเลียนแบบสินค้าได้เหมือนทุกอย่าง แถมยังไปจดทะเบียนเป็นของตัวเองแซงหน้าเจ้าของด้วยซ้ำ ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อก็ต้องรู้จักป้องกันตัว”

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ