
เฟดป่วนเงินโลก
ตลาดเงินโลกผันผวนหนัก คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้แค่ 2 ครั้ง ทำเงินบาทแข็งค่าไม่หยุด หลุด 35 บาท
ตลาดเงินโลกผันผวนหนัก คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้แค่ 2 ครั้ง ทำเงินบาทแข็งค่าไม่หยุด หลุด 35 บาท
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารปรับเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดเงินทันที หลังจากรับทราบผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้งประกาศลดความถี่ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ จากเดิม 4 ครั้งเป็น 2 ครั้ง ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงทันที ปิดตลาดที่ 111 เยน/เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของหลายประเทศ
“การตัดสินใจของเฟดส่งผลให้เงินทุนเริ่มไหลกลับเข้ามายังประเทศตลาดเกิดใหม่จนทำให้สกุลเงินในภูมิภาคนี้ต่างกลับมาแข็งค่าไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกันหลายประเทศใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบจากการส่งออก ฉะนั้นประเทศไทยคงหนีไม่พ้นต้องดำเนินนโยบายการเงินในทิศทางเดียวกัน” นายกอบสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าในที่สุดแล้วธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินและออกมาตรการบางอย่างเพื่อให้เงินบาทอ่อนค่าลง จากขณะนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นจนหลุดกรอบ 35 บาท/เหรียญสหรัฐแล้ว โดยมีโอกาสเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายลงในไตรมาส 2 ของปีนี้ เพื่อไล่เงินร้อนที่เข้ามาระยะสั้น ธนาคารได้ปรับคาดการณ์ค่าเงินบาทจาก 38 บาท/เหรียญสหรัฐ เป็น 37 บาท/เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ผลการประชุมเฟดยังทำให้ราคาน้ำมันโลกวานนี้ ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไปแตะระดับสูงสุดของปี 2559 โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ปรับตัวขึ้นอีก 92 เซนต์ ไปอยู่ที่ 39.38 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ปรับขึ้น 81 เซนต์ ไปอยู่ที่ 41.14 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ระหว่างการซื้อขายเมื่อเวลาประมาณ 17.09 น. วานนี้ ตามเวลาในไทย หลังจากปรับขึ้นไปกว่า 5% ในการซื้อขายที่ตลาดสหรัฐคืนก่อนหน้า
ขณะที่ราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นแรง วานนี้ราคาเปลี่ยนแปลง 4 ครั้ง รวม 350 บาท ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,750 บาท ขายออก 20,850 บาท
ด้าน นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มองว่าสงครามค่าเงินยังไม่จบ เงินบาทน่าจะแข็งค่าระยะสั้น ในระยะยาวมีโอกาสอ่อนค่าไปอยู่ที่ 38 บาทภายในสิ้นปี แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเฟดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ เศรษฐกิจจีนยังแย่จึงอาจมีมาตรการทำให้เงินหยวนอ่อนลงก็เป็นได้







