
ทันสถานการณ์
ขยายการค้าไทย-รัสเซีย 5 เท่า
ขยายการค้าไทย-รัสเซีย 5 เท่า
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้หารือกับ นายคีริลล์ มีไฮโลวิช บาร์สกี เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าเป้าหมายการค้าของทั้งสองประเทศให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 5 เท่าใน 5 ปี จากปี 2558 มีมูลค่าการค้ารวม 2,355 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.06 หมื่นล้านบาท โดยฝ่ายไทยได้มีการเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูง ที่มีรองนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของไทยและรัสเซียไปสู่ระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการร่วมในระดับรัฐมนตรี ที่มีคณะทำงานสองฝ่ายเพื่อหารือในการขยายการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากไทยเพิ่มขึ้น และขอให้ฝ่ายรัสเซียเร่งรัดการดำเนินการและให้ลงนามจัดตั้งได้ในช่วงการเยือนของนายกฯ ในเดือน พ.ค.นี้
สำหรับการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าจะเป็นประโยชน์กับไทย
ยันมีน้ำพอกินทั่วประเทศ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหลายพื้นที่มีความเสี่ยงที่จะขาดน้ำอุปโภคบริโภค โดยยืนยันว่าจะมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอไปจนถึงเดือน ก.ค. เพราะสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยามีน้ำใช้การได้เฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศอีก 2,694 ล้าน ลบ.ม. และภาครัฐจะมีมาตรการนำน้ำก้นเขื่อน (Dead Storage) อีกประมาณ 200 ล้าน ลบ.ม. มาใช้ จึงมั่นใจว่าจะมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอแน่นอน โดยขณะนี้กระทรวงจะนำมาตรการทั้งหมดที่วางไว้ไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม
สำหรับกรณีน้ำเค็มรุกแม่น้ำบางปะกงและปราจีนบุรีจนหลายฝ่ายกังวลว่าจะสร้างความเสียหายให้กับทาง จ.ปราจีนบุรี นั้น ล่าสุดได้สั่งให้มีการเฝ้าระวังตลอดเวลา เพราะหากมีค่าความเค็มเกิน 1.0 กรัม/ลิตร จะใช้ทำน้ำประปาไม่ได้และได้เตรียมการใช้น้ำดิบจากสระน้ำและหนองน้ำสาธารณะมาใช้แทน รวมทั้งได้เตรียมปฏิบัติการเติมน้ำ เพื่อลดค่าความเค็มให้เข้าสู่ระดับปกติไว้แล้ว







