
เปิดร่างพรบ.กองทุนน้ำมันฯ
ในที่สุดความตั้งใจของกระทรวงพลังงานในการผลักดันกฎหมายเฉพาะเพื่อรองรับการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ใกล้สำเร็จเป็นรูปธรรม
โดย...ชนิกา สุขสมจิตร
ในที่สุดความตั้งใจของกระทรวงพลังงานในการผลักดันกฎหมายเฉพาะเพื่อรองรับการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ใกล้สำเร็จเป็นรูปธรรม เมื่อล่าสุดได้มีการนำร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ...ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะผ่านเว็บไซต์สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) หรือ www.eppo.co.th
สำหรับสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ ฉบับนี้ มีทั้งหมด 43 มาตรา โดยมีมาตราที่สำคัญๆ และน่าสนใจหลายประเด็น เริ่มตั้งแต่มาตรา 5 กำหนดให้จัดตั้ง “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ในสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกำหนดวัตถุประสงค์ของกองทุน 6 ข้อ
ประกอบด้วย 1.การรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีเกิดวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจ 2.สนับสนุนให้เชื้อเพลิงชีวภาพให้มีส่วนต่างราคาที่สามารถแข่งขันกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 3.บรรเทาผลกระทบจากการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส
4.สนับสนุนการลงทุนการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ สำหรับป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำมาใช้ในกรณีวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อประโยชน์ความมั่นคงทางด้านพลังงาน 5.สนับสนุนการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการของรัฐ สำหรับความมั่นคงทางด้านพลังงาน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 25 ระบุว่า “ในกรณีการลงทุนตามวัตถุประสงค์กองทุนมาตรา 5 ข้อ 4 และข้อ 5 ให้ใช้ได้เมื่อกองทุนมีสภาพคล่อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”
ขณะที่หมวด 2 ตั้งแต่มาตรา 8-14 ได้กำหนดเกี่ยวกับการบริหารกิจการของกองทุน โดยพยายามลดการแทรกแซงจากนักการเมืองให้มากที่สุด เพราะแม้ว่าโครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมี “รมว.พลังงาน” ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองเป็นประธาน แต่ตำแหน่งรองประธานและกรรมการส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการประจำ ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ที่แม้ว่าจะให้ รมว.เป็นผู้คัดเลือก แต่ต้องคัดเลือกจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงเป็นที่ประจักษ์
ที่สำคัญกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ “ต้องไม่ใช่ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐ รวมทั้งไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง และสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น”
สำหรับอำนาจคณะกรรมการที่สำคัญๆ เช่น กำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคาและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาใช้ในราชอาณาจักร กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนหรืออัตราเงินชดเชยสำหรับก๊าซที่ซื้อหรือได้มาตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม กำหนดชนิดหรือประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนหรือไม่ได้รับเงินชดเชย และกำหนดให้โรงกลั่นต้องแจ้งราคาขายหน้าโรงกลั่นต่อคณะกรรมการ
ขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ.ยังกำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นส่วนราชการ อยู่ภายใต้กำกับดูแลของคณะกรรมการ และมีผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารสำนักงาน
ร่าง พ.ร.บ.มาตรา 32 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสำนักงาน โรงกลั่น สถานที่เก็บ สถานที่ใช้ สถานที่บรรจุ และสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้ รวมทั้งอาจทำหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ ส่งบัญชี หรือเอกสารหลักฐานที่จำเป็นได้
นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.ได้กำหนดบทลงโทษไว้ด้วย เช่น กรณีผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนให้ครบถ้วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10 เท่าของเงินที่ต้องนำส่งกองทุน หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกรณีที่ผู้ใดไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตามมาตรา 32 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ร่าง พ.ร.บ.ได้กำหนดบทเฉพาะกาลว่า เมื่อมีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ให้สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) หรือ สบพน. ยุติการดำเนินงาน โดยให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ หนี้สิน เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง เงินงบประมาณ และรายได้ของ สบพน. มาเป็นของสำนักงาน
ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สนพ. ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันจะกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ใช้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเงินกองทุนน้ำมันไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และสร้างภาระหนี้เหมือนในอดีต ซึ่งหลังจากนี้ สนพ.จะสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอ ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
“แม้ว่ากรรมการกองทุนจะมี รมว.พลังงาน เป็นประธาน แต่มั่นใจว่าการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองคงไม่ง่าย เพราะมีกรรมการอื่นๆ ทั้งคนนอกและข้าราชการระดับสูงที่คานอำนาจกันได้” ประเสริฐ ระบุ
ด้าน มนูญ ศิริวรรณ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมัน 2 ฉบับ คือ ร่างที่จัดทำขึ้นโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และร่างกฎหมายที่กระทรวงพลังงาน จัดทำโดยหลักการและสาระสำคัญจะใกล้เคียงกัน ยกเว้นวัตถุประสงค์บางเรื่องที่เห็นต่างกัน เช่น ร่างกฎหมายของกระทรวงพลังงานกำหนดให้นำเงินกองทุนน้ำมันฯ ไปใช้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการของรัฐได้ แต่ทาง สปท.ไม่เห็นด้วย เพราะโครงการดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการจัดหางบประมาณ ไม่ควรนำเงินที่เก็บจากประชาชนไปใช้
นอกจากนี้ สปท.ยังระบุถึงเพดานการสะสมเงินกองทุนน้ำมันฯ ไม่ควรเกิน 4 หมื่นล้านบาท และไม่ควรติดลบ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้มีการบริหารเงินให้เหมาะสมและไม่สร้างภาระให้กับประชาชนจนเกินไป
“หลังจากนี้คงต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมีการนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา สนช.เมื่อไหร่ และน่าจะมีการนำร่างกฎหมายทั้งสองฉบับมาพิจารณาร่วมกันในชั้นคณะกรรมาธิการ” มนูญ กล่าว







