posttoday
CHOจ่อระดมทุน4พันล.

CHOจ่อระดมทุน4พันล.

17 มีนาคม 2559

CHO หวังพ่วงผู้ถือหุ้นได้งานก่อสร้างรถไฟรางเบาระบบไฟฟ้า ขอนแก่น ระยะเวลา 5 ปี ระดมทุน 4,000 ล้าน ผ่านคราวด์ฟันดิ้ง-อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์

CHO หวังพ่วงผู้ถือหุ้นได้งานก่อสร้างรถไฟรางเบาระบบไฟฟ้า ขอนแก่น ระยะเวลา 5 ปี ระดมทุน 4,000 ล้าน ผ่านคราวด์ฟันดิ้ง-อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์

น.ส.สมนึก แสงอินทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน (CHO) เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลอนุมัติโครงการลงทุนรถไฟรางเบาระบบไฟฟ้าเส้นทางท่าพระ-สำราญ ใน จ.ขอนแก่น มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ที่เป็นโครงการร่วมลงทุนส่วนตัวของนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน CHO บริษัทมีโอกาสได้งานตัวรถไฟและระบบรางมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท ที่ภายในปี 2559 บริษัทจะเริ่มวางแผนงาน รวมถึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ และใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง 5 ปี

นอกจากนี้ ภายในปีนี้มีแนวคิดที่ระดมทุนผ่านรูปแบบคราวด์ฟันดิ้ง เบื้องต้นจะมีมูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยเป็นการระดมเงินทุนจากนักลงทุนที่เป็นประชาชนชาวขอนแก่นเท่านั้น เพื่อให้คนท้องถิ่นมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโครงการนี้

ทั้งนี้ หากโครงการนี้มีความคืบหน้าไปสัดส่วนประมาณ 80-90% ตามแผนภายใน 5 ปี บริษัทมีแผนที่จะนำโครงการรถไฟรางเบาระบบไฟฟ้าเส้นทางท่าพระ-สำราญ จัดตั้งระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) มูลค่ากองไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ขยายการลงทุนของโครงการ ซึ่งมีแผนจะลงทุนสร้างส่วนต่อขยายไปยัง จ.อุดรธานี โดยปัจจุบันมีกองทุนจากทั้งในและต่างประเทศหลายรายแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงด้วย

“การระดมทุนผ่านอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ในขอนแก่น ถือเป็นโมเดลแรกของไทย หากสำเร็จจะเป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นๆ มีโอกาสพัฒนาตัวเองโดยไม่ต้องรองบจากรัฐบาล ประเทศก็สามารถพัฒนาไปพร้อมกันโดยไม่ต้องรอรัฐบาลอย่างเดียว” น.ส.สมนึก กล่าว

ด้าน นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHO กล่าวว่า บริษัทได้เซ็นสัญญารับงานในกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกแบบพิเศษจากประเทศเวียดนามและเกาหลีใต้ รวมมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท และได้เซ็นสัญญารับงานจากกลุ่มบริหารโครงการและงานบริการ ประเภทงานโครงการบริการงานซ่อมบำรุงจากลูกค้ารายใหม่อีกจำนวน 100 คัน ด้วยสัญญาระยะยาวอย่างน้อย 5 ปี รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ปีนี้

“งานที่เราเพิ่งได้รับมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะทางลูกค้าแจ้งว่ายังมีคำสั่งซื้อต่อเนื่องรอเซ็นสัญญาอยู่อีกจำนวนมาก มูลค่าไม่ต่ำกว่านี้แน่นอน” นายสุรเดช กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2559 จึงตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ไม่ต่ำกว่า 5-10% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,158.79 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีปริมาณงานในมือแล้ว 650 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอลุ้นผลการประมูลงานใหม่ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มอีกจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายศูนย์ซ่อมบำรุงรถใหญ่เพิ่มอีกจำนวน 8 ศูนย์ เพื่อครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศให้เสร็จสิ้นภายในปี 2561 โดยจะเน้นให้บริการครบวงจรแบบวันสต็อปเซอร์วิส เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างมาตรฐานในการบริการอย่างดีที่สุด

นายสุรเดช กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนารถขนส่งเชิงพาณิชย์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าคันแรกของประเทศไทยว่า เตรียมนำมาทดลองใช้งานจริงในไตรมาส 2/2559 นี้ ตามเส้นทางการขนส่งของบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ตามที่บริษัทกับ CPALL และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) 3 ฝ่าย เมื่อไตรมาส 2/2558 ที่ผ่านมา

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.0058 บาท/หุ้น และปันผลเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นปันผล คิดเป็นอัตราหุ้นปันผล 0.025 บาท/หุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิน 0.0308 บาท/หุ้น สำหรับผลประกอบการปี 2558

ด้านคดีฟ้องร้องในโครงการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (NGV) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน-1 ปี ถึงจะทราบผลการตัดสินจากศาลปกครอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท