
แกรมมี่ฮึด ปีนี้ปรับสู้ลุ้นทรงตัว
อากู๋แกรมมี่ชี้ภาพรวมรายได้ปีนี้ดีขึ้น หลังทยอยขายธุรกิจไม่เกี่ยวเนื่องออก เล็งขายทิ้งเพิ่มพยุงยอด
อากู๋แกรมมี่ชี้ภาพรวมรายได้ปีนี้ดีขึ้น หลังทยอยขายธุรกิจไม่เกี่ยวเนื่องออก เล็งขายทิ้งเพิ่มพยุงยอด
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการในสิ้นปีนี้ น่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปี 2558 ที่ยังอยู่ในภาวะขาดทุน เนื่องจากบริษัทได้ทยอยขายธุรกิจที่ไม่รีเลท หรือไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจออกไปเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งในส่วนของปีนี้บริษัท ก็อาจมีการขาย ธุรกิจเพิ่ม แต่ยัง ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร และจากแนวทางดังกล่าวคาดว่าจะทำให้สิ้นปีนี้น่าจะมีรายได้รวมเสมอตัวเท่ากับปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจในเครือที่บริหารงานอยู่ในขณะนี้ ประกอบด้วย ธุรกิจเพลง ธุรกิจทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ ช่องวัน และช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ธุรกิจจีเอ็มเอ็ม มีเดีย ทำธุรกิจประเภทกิจกรรมของบริษัทโฆษณา ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท จีดีเอช ธุรกิจเคเบิลทีวี มันนี่ ชาแนล และธุรกิจโฮมช้อปปิ้งภายใต้ชื่อโอช้อปปิ้ง
สำหรับธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้ กับบริษัทเป็นอันดับ 1 ในขณะนี้ยังคงเป็น ในส่วนของธุรกิจเพลง ตามด้วยธุรกิจโอ ช้อปปิ้ง และเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพร้อมกับต่อยอดรายได้ในอนาคต ด้วยการเดินตามยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจโทเทิล มีเดีย โซลูชั่น หรือการนำแพลตฟอร์มที่มีอยู่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ ออนแอร์ หรือออนกราวด์ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจผ่านกลยุทธ์ อินฟลูนเซอร์ ฮับ หรือศูนย์รวมผู้ทรงอิทธิพลทางด้านสื่อ และ แบรนด์เดด เอ็นเตอร์เทนเมนท์ หรือการผนึกรวมธุรกิจความบันเทิงไว้ด้วยกัน
"ในปี 2559 นี้ บริษัทจะรุกเข้าสู่การเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์โพรไวเดอร์ในโลกออนไลน์ ซึ่งเห็นได้จากการติดอันดับ 1 ในโซเชียลมีเดีย และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นยูทูบ ไลน์ทีวี เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือกูเกิล" นายไพบูลย์ กล่าว
นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า หลังจากบริษัทประกาศกลยุทธ์ดังกล่าวออกไป พร้อมกับเดินสายโรดโชว์ไปยัง ผู้ประกอบการสินค้าและเอเยนซีต่างๆ เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้มีลูกค้าสนใจที่จะเข้ามาร่วมงานกับบริษัทแล้ว 30 ราย คาดว่าปีแรกจะมีรายได้จากกลยุทธ์ดังกล่าว 100 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 200 ล้านบาทในปีถัดไป
"ขณะนี้มีศิลปินแสดงความสนใจร่วมทำงานกับสินค้าต่างๆ แล้ว 270 คน จาก 300 คนที่ติดต่อไป" นายภาวิต กล่าว







