posttoday
จริยธรรมกับนักเล่าข่าว

จริยธรรมกับนักเล่าข่าว

16 มีนาคม 2559

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีก่อน รายการเล่าข่าวทางโทรทัศน์เริ่มเป็นที่รู้จักจากผู้ประกาศข่าวคนหนึ่งที่จัดรายการในรูปแบบของการนำเสนอข่าวจากหนังสือพิมพ์ด้วยการเล่าข่าวให้ผู้ชมได้ติดตามทางหน้าจอโทรทัศน์ จัดรายการในรูปแบบของตัวเอง นำเสนอข้อเท็จจริงรอบด้านอย่างมีสีสัน เพื่อให้คนดูวิเคราะห์ด้วยเหตุและผล มากกว่าการที่ผู้ประกาศข่าวจะอ่านข่าวตามสคริปต์ (Script) อย่างเดียว ต่อมาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีก่อน รายการเล่าข่าวทางโทรทัศน์เริ่มเป็นที่รู้จักจากผู้ประกาศข่าวคนหนึ่งที่จัดรายการในรูปแบบของการนำเสนอข่าวจากหนังสือพิมพ์ด้วยการเล่าข่าวให้ผู้ชมได้ติดตามทางหน้าจอโทรทัศน์ จัดรายการในรูปแบบของตัวเอง นำเสนอข้อเท็จจริงรอบด้านอย่างมีสีสัน เพื่อให้คนดูวิเคราะห์ด้วยเหตุและผล มากกว่าการที่ผู้ประกาศข่าวจะอ่านข่าวตามสคริปต์ (Script) อย่างเดียว ต่อมาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ประกาศข่าวคนดังกล่าวตกเป็นจำเลย ถูกศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก 13 ปี 4 เดือน โทษปรับอีก 8 หมื่นบาท ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ฐานติดสินบนอดีตพนักงาน อสมท กรณีลบคิวรายการโฆษณาเกินเวลาออกจากใบคิวโฆษณารวม อย่างไรก็ตาม คดียังไม่ถึงที่สุด คดีอาจดำเนินไปถึงชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา

ต้นเหตุเกิดจากผู้ประกาศข่าวคนดัง ซึ่งเป็นผู้จัดรายการเล่าข่าวและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ทำสัญญาโฆษณากับทางบริษัท อสมท และได้เอาเงินส่วนเกินจากค่าโฆษณาเกินเวลามาเป็นของตนเองจำนวน 138,790,000 บาท ซึ่งตามสัญญากับทาง อสมท บริษัทของพิธีกรชื่อดังต้องซื้อค่าโฆษณาส่วนที่เกิน และไม่มีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่ง

แต่หลังจากเกิดเหตุแม้ผู้ประกาศข่าวคนดังได้คืนเงินจำนวนนี้ให้กับทาง อสมท แล้วก็ตาม ยังถือว่าความผิดสำเร็จได้เกิดแล้ว ไม่สามารถลบล้างความผิดได้ แต่อาจเป็นเหตุบรรเทาโทษหรือลดโทษตามกฎหมาย

หลังจากที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา หลายฝ่ายเรียกร้องให้ผู้ประกาศข่าวคนดังหยุดปฏิบัติหน้าที่ฐานที่เป็นบุคคลสาธารณะและสื่อมวลชน ด้วยเหตุผลของคุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงหลักจรรยาบรรณในการทำงาน

แต่การตอบสนองเหมือนช้าเกินไป ผู้ประกาศข่าวคนนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามปกติอีกหลายวัน แม้ล่าสุดจะหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว มีผู้นำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกับกรณีคนขายน้ำเต้าหู้ได้ถูกศาลพิพากษาในคดีฉ้อโกงว่า ต้องหยุดขายน้ำเต้าหู้หรือไม่ ในทางกฎหมายไม่ต้อง แต่กรณีของผู้ประกาศข่าวนี้ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของจริยธรรม เนื่องจากเป็นที่รู้จักของคนเกือบทั่วประเทศ

การทำงานในฐานะผู้ประกาศข่าวย่อมต้องวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นไม่ว่าในแง่ดีหรือแง่ร้าย จึงไม่เหมาะสมเมื่อตัวผู้วิจารณ์เองมีคดีติดตัว อีกทั้งเป็นบุคคลสาธารณะที่เยาวชนอาจถือเป็นแบบอย่าง กรณีนี้จะสง่างามและได้รับความชื่นชมมากกว่านี้ หากผู้ประกาศข่าวแสดงความรับผิดชอบหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่ศาลพิพากษา โดยไม่ต้องรอให้ผู้สนับสนุนรายการกดดันด้วยการถอนโฆษณา

ในต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ พิธีกรตลกคนหนึ่งได้ประกาศยุติบทบาทชั่วคราว หลังถูกกรมสรรพากรเกาหลีใต้เรียกปรับเงินหลายล้านวอนฐานหลบเลี่ยงภาษี พร้อมทั้งแถลงข่าวขอโทษต่อสังคมด้วยอ้างว่าไม่มีเจตนา แต่ความผิดพลาดเกิดจากผู้ทำบัญชี ต่อมาเมื่อเสร็จสิ้นคดีและเสียค่าปรับแล้วก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเดิม ทั้งได้ผลตอบรับในทางที่ดีด้วย

การแสดงความรับผิดชอบในทางสังคม แม้กฎหมายจะไม่ได้บังคับให้กระทำ ก็นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สมควรต้องกระทำ และจะสง่างามหากรีบกระทำโดยไม่ต้องรอให้ถูกกดดันจากสังคมให้แสดงความรับผิดชอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท