posttoday
'สุวัชชัย วงษ์เจริญสิน' เน้นซื่อสัตย์-โปร่งใสหนุนธุรกิจโตมั่นคง

'สุวัชชัย วงษ์เจริญสิน' เน้นซื่อสัตย์-โปร่งใสหนุนธุรกิจโตมั่นคง

16 มีนาคม 2559

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

สุวัชชัย วงษ์เจริญสิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.แอล.กรุ๊พ (CPL) ผู้ผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปรายใหญ่ของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในวัย 43 ปี วันนี้เขาได้ก้าวขึ้นมาบริหารและนำพาธุรกิจของ CPL การก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารของ “สุวัชชัย”  เป็นการก้าวขึ้นเมื่อถึงเวลา ประสบการณ์ที่แข็งแกร่ง  เรียนรู้งานและธุรกิจของตระกูลมาอย่างชำนาญ และรู้ในทุกขั้นตอนของการผลิตจนเป็นที่ยอมรับและ
ไว้วางใจ  CPL ในยุคที่คนรุ่นที่ 3 ของตระกูลเข้ามาบริหาร ย่อมเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ทันกับยุคและสมัยมากขึ้น

“ผมตัดสินใจทันทีตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ว่าจะเข้ามาสานต่อธุรกิจของตระกูล เพราะผมช่วยคุณพ่อทำงานในโรงงานมาตั้งแต่เด็กและตั้งแต่เรียนไม่จบ ซึ่งเมื่อจบก็ตัดสินใจไปเรียนที่สถาบันเครื่องหนังที่อังกฤษ ซึ่งเป็นสถาบันเฉพาะทางเรื่องของหนังทั้งหมดและเทคนิคทั้งหมดของหนัง เมื่อจบก็เข้ามาทำงานใน CPL ทันทีตั้งแต่ระดับเล็กๆ ไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย จนถึงทุกวันนี้ที่ผมขึ้นมาเป็นรองกรรมการผู้จัดการ” สุวัชชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลักการในการทำธุรกิจของผมนั้น จะเน้นในเรื่องของความโปร่งใสเป็นจริง จริงใจกับลูกค้าและทุกๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับธุรกิจของตระกูลเราที่คุณพ่อและคุณปู่เน้นย้ำมาเสมอ เพราะถ้าหากไม่โปร่งใสและไม่ซื่อสัตย์ก็ไม่ทำให้ธุรกิจและตระกูลยังคงอยู่และเติบโตได้ในทุกวันนี้

ยุคปัจจุบันถือว่าเป็นยุคของรุ่นที่ 3 ที่เข้ามารับช่วงต่อบริหารธุรกิจหลักและธุรกิจในเครือ “เจริญสิน กรุ๊ป” ที่มีมายาวนานถึง 70 ปี ตั้งแต่โรงฟอกหนัง “เจริญสิน” ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นกิจการของครอบครัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2488 ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อโรงฟอกหนังเจริญสินได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2537 ภายใต้ชื่อ “บริษัท ซี.พี.แอล.กรุ๊พ” หรือ CPL

เขายอมรับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างอนุรักษนิยม   คือค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ขยาย เพราะถ้าจะลงมือทำอะไร ต้องแน่ใจก่อนว่า “ทำได้จริง” ขณะที่คนทำงานที่ร่วมด้วยจะมีหน้าที่ที่ชัดเจน และต้องรับผิดชอบกับงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ซึ่งเชื่อว่าหลักการนี้จะทำให้กิจการยังสามารถยืนหยัด และยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าธุรกิจโรงฟอกหรือธุรกิจหนังอาจจะดูเหมือนเป็นธุรกิจที่ตกยุค แต่สำหรับธุรกิจ CPL แล้วยังสามารถเติบโตได้ และถ้าหากเราสามารถที่จะทำทุกอย่างให้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ และเกาะกระแสการพัฒนาในโลกแฟชั่นได้ ก็จะไม่ตกยุคอย่างแน่นอน

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ CPL ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ชั้นนำของโลก เช่น อาดิดาส ลาคอสท์ ทิมเบอร์แลนด์ รีบ็อค  และอื่นๆ ที่สั่งซื้อเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตรองเท้ากีฬาและรองเท้าลำลอง ซึ่งปัจจุบันปริมาณการผลิตหนังวัวฟอกสำเร็จรูปของบริษัทอยู่ที่ 2.5 ล้านตารางฟุต/เดือน คิดเป็นการใช้กำลังการผลิตราว 85% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เป็นฐานการผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำ และในแต่ละปีมียอดขายประมาณ 1,300 ล้านบาท

รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ในยุคของเขานั้นอาจจะเห็น CPL ที่จะทำธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผนว่าจะขยายธุรกิจสู่ต้นน้ำมากขึ้น และขณะเดียวกันก็จะลงไปในระดับปลายน้ำ คือ การต่อยอดของธุรกิจหนังที่ทำอยู่ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นและในทุกๆ ขั้นตอนของการผลิตนั้น ในกระบวนการจะต้องไม่ผิดพลาดเลย ทุกอย่างจะต้องแม่นยำเพื่อลดความสูญเสีย ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบวกลบ 1% ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้แต่ถ้ามากไม่ได้ เพราะจะมีผลทั้งสิ้นต่อการทำงาน และขณะเดียวกันจะต้องมองแนวโน้มของธุรกิจและตามแฟชั่นให้ทันด้วย เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากอยู่ในเทรนด์โอกาสของธุรกิจก็จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

อย่างไรก็ตาม ในการทำงานทุกวันนี้อยากเห็นพนักงานไม่ใช่ทำงานเฉพาะในหน้าที่ที่รับผิดชอบเท่านั้น แต่อยากให้พนักงานเป็นนักวิเคราะห์ได้ด้วย นั่นคือ เมื่อทำงานเฉพาะหน้าแล้วยังสามารถคาดการณ์และวิเคราะห์ไปข้างหน้าได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าหากสามารถฝึกให้พนักงานเป็นแบบนี้ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับองค์กร

สุวัชชัย กล่าวว่า CPL ในยุคเขานั้นจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น หลังจากเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมากว่า 21 ปี ซึ่งการเป็น บจ.นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการที่ธุรกิจของบริษัทกว่า 90% ส่งออกไปต่างประเทศ การที่เป็น บจ.ทำให้เป็นที่ยอมรับ และหลังจากนี้จะเห็นหลายๆ สิ่งเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า