posttoday
ฟิลิปส์ปรับรับสังคมสูงอายุ

ฟิลิปส์ปรับรับสังคมสูงอายุ

16 มีนาคม 2559

ฟิลิปส์ปรับโครงสร้างใหม่ รุกตลาดเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ จับเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนสู่สังคมผู้สูงอายุและโรคไม่เรื้อรัง

ฟิลิปส์ปรับโครงสร้างใหม่ รุกตลาดเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ จับเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนสู่สังคมผู้สูงอายุและโรคไม่เรื้อรัง

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจในประเทศไทยตามนโยบายการดำเนินธุรกิจทั่วโลก โดยแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง บริหารงานภายใต้ บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) และกลุ่มธุรกิจสำหรับเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ บริหารงานภายใต้บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย)

ทั้งนี้ การดำเนินการปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยมองว่าเทรนด์หลังจากนี้ที่น่าสนใจมี 4 เทรนด์ด้วยกัน ได้แก่ ดิจิทัล
ไลเซชั่น การขยายตัวของชนชั้นกลาง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และอัตราการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ภาพรวมตลาดเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำตลาดได้สัดส่วนราว 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาด หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทติดอันดับท็อป 3 ของแบรนด์สินค้าเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพในสัดส่วนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าสัดส่วนรายได้ระหว่างเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กกับสินค้าเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ จะมีสัดส่วนยอดขายเท่ากันอยู่ที่ 50% ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนการตั้งโรงงานผลิตสินค้าเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพในประเทศไทย โดยปัจจุบันได้มีการนำเข้าจากหลายประเทศตามแต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ สหรัฐ เยอรมนี จีน และญี่ปุ่น ซึ่งในภูมิภาคเอเชียมีโรงงานผลิตในประเทศจีนแห่งเดียว

ขณะที่ผลิตภัณฑ์หลักที่จะเป็นตัวสร้างยอดขายในกลุ่มดังกล่าวคือ เครื่องฟื้นคลื่นหัวใจแบบอัตโนมัติ (AED) ซึ่งภายหลังจากการแก้กฎหมายให้เครื่องดังกล่าวไม่ต้องเป็นเครื่องมือที่ใช้โดยแพทย์ ส่งผลให้บริษัทและองค์กรต่างให้ความสนใจในการติดตั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน

นายวิโรจน์ กล่าวว่า สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ราว 20 ผลิตภัณฑ์ จากที่มีการทำตลาดอยู่ที่ 150 ผลิตภัณฑ์ โดยมีนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคดีขึ้น

สำหรับกำลังซื้อผู้บริโภคตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วงไตรมาสแรกปี 2559 ยังมีการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคสำหรับสินค้าเทคโนโลยีในกลุ่มระดับราคากลาง-บน ส่วนในช่วงไตรมาส 2/2559 มีความกังวลถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจมีสถาการณ์ความรุนแรงกว่าปกติ และส่งผลกระทบให้สภาพตลาดชะลอตัวหนักขึ้น จากปกติที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปิดภาคเรียนและช่วงใช้เงินท่องเที่ยวในวันหยุดยาวอยู่แล้ว

ด้านปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคหลังจากนี้คือ นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะมีความชัดเจนแค่ไหน รวมถึงระดับราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำกระทบกำลังซื้อกลุ่มใหญ่ของประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะดีขึ้นเพียงใด

“ปีนี้บริษัทได้มีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดด้วยการเพิ่มความถี่ในการจัดโรดโชว์ รวมถึงการจัดรายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) เพิ่มขึ้นในห้างสรรพสินค้าและงานแสดงสินค้ามากขึ้นราว 10-20% เมื่อเทียบกับปีก่อน” นายวิโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2559 คาดว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวจะเติบโตขึ้น 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 1,350 ล้านบาท เตารีดเติบโต 10% จากมูลค่าตลาด 1,670 ล้านบาท และเครื่องดูดฝุ่นเติบโต 10% จาก 1,570 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหม้อหุงข้าวจะเติบโต 11% จากปีก่อนอยู่ที่ 2,720 ล้านบาท ไดรเป่าผมเติบโต 5% จาก 500 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท