posttoday
นักวิชาการแนะรัฐ หนุนผลิตรถยนต์ให้ตรงจุด

นักวิชาการแนะรัฐ หนุนผลิตรถยนต์ให้ตรงจุด

15 มีนาคม 2559

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงของการปรับฐานใหม่ทางด้านเศรษฐกิจ ไปสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์จะต้องมีการปรับตัวไปในทิศทางใด ผศ.ดร.วิพุธ อ่องสกุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้มุมมองว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่อยู่ในภาคการผลิตที่สร้างมูลค่าการส่งออกสัดส่วนกว่า 80% ขณะที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศจากการจ้างงานได้ราว 20% เท่านั้น

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงของการปรับฐานใหม่ทางด้านเศรษฐกิจ ไปสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์จะต้องมีการปรับตัวไปในทิศทางใด ผศ.ดร.วิพุธ อ่องสกุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้มุมมองว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่อยู่ในภาคการผลิตที่สร้างมูลค่าการส่งออกสัดส่วนกว่า 80% ขณะที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศจากการจ้างงานได้ราว 20% เท่านั้น

เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจสัดส่วนกว่า 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในฐานะนักวิชาการจึงอยากเสนอให้รัฐบาลและบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยการวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนต่างๆ หรือการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศจากผู้ผลิตชิ้นส่วน (เทียร์ 2-3) ของไทย

ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดนโยบายการผลิตดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นฐานวิจัยและพัฒนาต่อยอดความแข็งแกร่งของประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตในปัจจุบัน ในรูปแบบคลัสเตอร์ที่มีความครบวงจร อาทิ ศูนย์ออกแบบ ห้องทดลอง ศูนย์ทดสอบ โดยอาจนำรูปแบบอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนมาเป็นต้นแบบ โดยให้บริษัทรถยนต์ที่จะดำเนินธุรกิจต้องมีการต่อยอดและพัฒนาการผลิตในประเทศจีนทั้งหมด เพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้สู่ประเทศ

นอกจากนี้ ความยั่งยืนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะเกิดขึ้นได้จากนี้ คือ การสร้างโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวใหม่อันเป็นที่ต้องการของโลกอย่างแท้จริง เนื่องจากปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะและรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็จริง แต่ไม่ตรงกับปริมาณความต้องการของโลก

“รัฐบาลควรมีการกำหนดนโยบายให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการของโลก (Demand Pull) ไม่ใช่การผลักดันผลิตภัณฑ์ที่มีสู่ตลาดโลก (Supply Push) เพื่อให้ออกมาตรการดึงดูดและการสนับสนุนการลงทุนอย่างตรงจุด”

จากนั้นจะต้องพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการปรับฐานความคิดในการดำเนินธุรกิจที่มองแต่เพียงไปข้างหน้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่หากมองรอบข้างจะเห็นอีกหนึ่งโอกาสอย่างในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังเป็นโอกาสให้มีการเติบโตไปพร้อมกัน

การเดินหน้าให้อุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตได้จะต้องมาจาก 4 ส่วนด้วยกัน คือ 1.บุคลากร 2.เครื่องมือ 3.วัสดุ 4.เงิน หากจะให้อุตสาหกรรมรถยนต์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องเติบโตภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล จะต้องมีการตั้งธนาคารสำหรับธุรกิจยานยนต์ให้เกิดขึ้นจริงจัง เหมือนในประเทศจีนที่มีการสร้างธนาคารในธุรกิจที่รัฐสนับสนุนให้เติบโต อาทิ ธนาคารเพื่อการก่อสร้าง, ธนาคารเพื่อการรถไฟ เป็นต้น

นอกจากนี้ ผศ.ดร.วิพุธ ยังกล่าวอีกว่า ในโอกาสครบรอบ 50 ปี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ นิด้า บิสซิเนส สคูล (NIDA Business School) จึงมองต่อไปในอีก 50 ปีจากนี้ การทำธุรกิจในอนาคตจะเข้าสู่ยุคการใช้ข้อมูล (Big Data) ในการนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมโดยจะสามารถสร้างบุคลากรและนักบริหารที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดรองรับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ