
หุ้นไทย 14 มี.ค.ปิดบวกเล็กน้อย 0.86 จุด
ตลาดหุ้นไทย 14 มี.ค.ดัชนีปิดที่ 1,394.27 จุด ดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 0.86 จุด มูลค่าการซื้อขาย 47,849 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทย 14 มี.ค.ดัชนีปิดที่ 1,394.27 จุด ดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 0.86 จุด มูลค่าการซื้อขาย 47,849 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,394.27 จุด ดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 0.86 จุด หรือ 0.06% มูลค่าการซื้อขาย 47,849 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.ADVANC ปิดที่ 172.50 บาท ลดลง -4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,438.06 ล้านบาท
2.IRPC ปิดที่ 5.00 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,960.67 ล้านบาท
3.JAS ปิดที่ 3.60 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,813.64 ล้านบาท
4.PTTEP ปิดที่ 73.25 บาท ลดลง -3.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,764.60 ล้านบาท
5.PTTGC ปิดที่ 61.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,719.13 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.คันทรี่ กล่าวว่า ตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทิศทางเดียวกับตลาดรอบบ้าน นำโดยแรงซื้อในหุ้นพลังงาน และธนาคาร โดยภาพรวมของตลาดยังได้ผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป
อย่างไรก็ตามคาดดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยแนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันยังสามารถปรับตัวชึ้นเด่น และแนะนำเก็งกำไรกลุ่มห้องเย็น CFRESH CHOTI และ ASIAN จากราคาของกุ้งที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วง ไตรมาสแรกของปีและขณะเดียวกัน ต้องประเด็นที่ให้จับตาคือการชำระเงินของ JAS ซึ่งเตรียมจะจ่ายเงินในวันที่ 18 มี.ค.59
บล.เอเซียพลัส ระบุว่า สัปดาห์นี้จะมีการประชุมธนาคารกลางของหลายประเทศทั่วโลก หลังจากสัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางยุโรป(ECB) ได้เพิ่มมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเหนือตลาดคาด ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0% (เดิม 0.05%) ลดดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB สู่ระดับติดลบ 0.4% (เดิมติดลบ 0.3%) ลดดอกเบี้ยที่ ECB ปล่อยสินเชื่อชั่วข้ามคืนให้แก่ธนาคาร พาณิชย์ลงเหลือ 0.25%(เดิม 0.3%) และเพิ่มวงเงินเข้าซื้อพันธบัตร(QE) เป็น 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน จากเดิม 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน
วันที่ 15 มี.ค. นี้ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แม้ตลาดคาดยังคงดอกเบี้ยเงินฝากกระแสรายวันที่ ธ.พ. มาฝากกับธนาคารกลางฯ(BOJ) ติดลบ 0.1% เท่าเดิม และคงวงเงินซื้อพันธบัตร QQE ที่ 80 ล้านล้านเยน/ปีต่อไป แต่ยังให้น้ำหนักการเพิ่มมาตรการในการประชุมในรอบถัดไปอยู่ ขณะที่ วันที่ 15-16 มี.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คาดว่ายังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.25 -0.5% แต่การขึ้นดอกเบี้ยน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี (สะท้อนจากผลสำรวจของ Bloomberg คาดว่าโอกาสที่ Fedจะปรับขึ้นมีเพียง 4% และติดตามคำแถลงของประธาน Fed ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งจะบ่งบอกถึงทิศทางดอกเบี้ยได้ชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้วันที่ 17 มี.ค. ประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดว่ายังคงดอกเบี้ยในระดับต่ำ 0.5% (ยาวนานถึง 7 ปี) และประชุมธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ตลาดคาดว่าจะยังคงยืนดอกเบี้ยติดลบ 0.75% (ตั้งแต่ ม.ค. 2558) ตามเดิมดังนั้นประเด็นเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการลงทุนในตลาดหุ้น







