
เปิดเอกชน ร่วมพัฒนา 2คลังสินค้า
อคส.เปิดทางเอกชนร่วมพัฒนาคลังสินค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2 แห่ง หารายได้เลี้ยงองค์กร
อคส.เปิดทางเอกชนร่วมพัฒนาคลังสินค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2 แห่ง หารายได้เลี้ยงองค์กร
พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า อคส.มีแผนจะนำคลังสินค้า 2 แห่ง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์และอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือ คลังสินค้าธนบุรี ใกล้สะพานกรุงเทพ พื้นที่ 1.25 หมื่นตารางเมตร และคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ ใกล้กับธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ พื้นที่ 1.47 หมื่นตารางเมตร มาปรับปรุงเพื่อหารายได้เลี้ยงองค์กรในอนาคต และเมื่อเร็วๆ นี้ อคส.ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อหารือแนวทางการหารายได้เพิ่มโดยเปิดให้เอกชนร่วมทุนในการพัฒนาคลังสินค้า
“หากรัฐบาลเห็นชอบ น่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันที และน่าจะทำให้ อคส.มีรายได้เลี้ยงตัวเอง จากที่ผ่านมามีรายได้จากการดำเนินการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาล และเป็นผู้จัดหาอาหารสดให้กับกรมราชทัณฑ์” พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าว
พล.ต.ต.ไกรบุญ ระบุว่า เบื้องต้น อคส.มีแผนนำคลังสินค้าทั้งสองแห่งมาดำเนินการเป็น 3 ส่วน คือ 1.ทำตลาดกลางสินค้าเกษตรเช่นเดียวกับตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) 2.เปิดพื้นที่ให้เอกชนบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ โดยสร้างเป็นเอเชียทีคแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศเข้ามาเที่ยวชมและซื้อสินค้า และ 3.ทำแปลงสาธิตเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรตามแนวพระราชดำริ
พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าวว่า อคส.ได้ชำระหนี้ค่าตรวจสภาพและค่าฝากเก็บข้าวให้กับบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว 27 ราย และได้จ่ายหนี้ไปแล้ว 1,079 ล้านบาท จากทั้งหมด 2,078 ล้านบาท







