
เพิ่มกำลังซื้อชาวไร่อ้อย1.6หมื่นล้าน
อุตฯ ชง ครม.อนุมัติแนวทางเพิ่มเงินค่าอ้อยขั้นต้นอีก 160 บาท/ตัน ช่วยเหลือชาวไร่หลังต้นทุนเพิ่ม
อุตฯ ชง ครม.อนุมัติแนวทางเพิ่มเงินค่าอ้อยขั้นต้นอีก 160 บาท/ตัน ช่วยเหลือชาวไร่หลังต้นทุนเพิ่ม
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภายในเดือน มี.ค.นี้ นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแนวทางการเพิ่มเงินช่วยเหลือราคาอ้อยขั้นต้นเพิ่มเติมให้กับชาวไร่อ้อย ฤดูการผลิตปี 2558/2559 อีก 160 บาท/ตัน เนื่องจากต้นทุนการผลิตอ้อยเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่ประกาศราคาอ้อยขั้นต้นเป็น 2 ราคา คือ อัตรา 773 บาท/ตันอ้อย สำหรับพื้นที่เขต 5 จ.สุพรรณบุรี และอัตรา 808 บาท/ตันอ้อย สำหรับอีก 8 เขตที่เหลือ
สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาจ่ายเป็นค่าอ้อยขั้นต้นเพิ่มเติม กระทรวงจะเสนอให้ ครม.อนุมัติให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 1.6 หมื่นล้านบาท มาจ่ายค่าอ้อยดังกล่าว และก่อนหน้านี้ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้เห็นชอบหลักการที่จะกู้เงินจาก ธ.ก.ส.มาจ่ายเพิ่มค่าอ้อยแล้ว
“รายได้หลักที่กองทุนจะนำมาชำระหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส.ยังคงมาจากเงินเพิ่มราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงาน 5 บาท/กิโลกรัม ที่คิดเป็นรายได้เฉลี่ย 1.3 หมื่นล้านบาท/ปี และยังกำหนดให้หักรายได้จากราคาอ้อยขั้นสุดท้ายไม่เกิน 25 บาท/ตัน มาชำระหนี้ด้วย เพราะมีแนวโน้มว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2558/2559 จะสูงกว่าขั้นต้นค่อนข้างชัดเจน นอกจากนี้หากพิจารณาหนี้เดิมที่กองทุนกู้ยืมจาก ธ.ก.ส. 1 หมื่นล้านบาท และหนี้เงินกู้ใหม่อีก 1.6 หมื่นล้านบาท คาดว่ากองทุนจะจ่ายหนี้ทั้ง 2.6 หมื่นล้านบาท คืนให้ ธ.ก.ส.ได้หมดภายใน 28 เดือน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2558-10 มี.ค. 2559 มีปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งสิ้น 85.6 ล้านตันอ้อย และผลิตน้ำตาลได้ 8.5 ล้านตัน ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอ้อยเข้าหีบ 92 ล้านตัน และผลิตน้ำตาลทรายได้ 9.5 ล้านตัน จึงคาดว่าเมื่อปิดหีบอ้อยในช่วงปลายเดือน มี.ค.-ต้นเดือน เม.ย. จะมีอ้อยเข้าหีบไม่ถึง 100 ล้านตัน
นายสิริวุทธิ์ กล่าวว่า จากปริมาณผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายที่ลดลงทั่วโลกเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง จะส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายสูงขึ้นเล็กน้อย และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะเริ่มเห็นสัญญาณราคาที่ปรับขึ้นต่อเนื่องจาก 12 เซนต์/ปอนด์ เป็น 14.26 เซนต์/ปอนด์ และอีก 3 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 15.4 เซนต์/ปอนด์ สูงกว่าปีที่แล้วที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10-11 เซนต์/ปอนด์







