posttoday
ปตท. 'เข้มแข็งจากภายใน'

ปตท. 'เข้มแข็งจากภายใน'

14 มีนาคม 2559

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นมาเป็นเกือบ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแล้ว แต่การขับเคลื่อนธุรกิจมูลค่าหลักล้านล้านบาทเช่น บริษัท ปตท. ของ “เทวินทร์ วงศ์วานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ยังอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์การอยู่รอดภายใต้ภาวะที่ราคาน้ำมันระดับต่ำ หรือ R-O-I-C

“เดิมเราตั้งเป้าเป็นบริษัทระดับท็อปในเอเชีย ติดอันดับท็อป 100 นิตยสารฟอร์จูน วันนี้เราได้แล้ว เราใหญ่ เรายั่งยืน เราแข็งแรง แต่เป้าหมายต่อไปของเราคือการเป็นบริษัทที่สร้างนวัตกรรม และสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ภายใต้ยุทธศาสตร์การเอาตัวรอดในภาวะราคาน้ำมันลงมาต่ำ” เทวินทร์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์”

เทวินทร์ ระบุว่า ยุทธศาสตร์แรก “R” หรือ Rationalization คือ การก้าวออกจากธุรกิจที่เราไม่เก่ง และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราเก่ง ทำได้โดยมีต้นทุนที่แข่งขันได้ และมีอนาคต

“ที่ผ่านมาเรากระจายการลงทุนเยอะ พอร์ตลงทุนของเราเยอะมากกว่าบริษัท เชลล์ เอสโซ่อีกดังนั้นเราต้องมาดูพอร์ตการลงทุนของเราว่าอันไหนเป็นจุดอ่อน และสิ่งที่เราทำแล้วเก่ง ทำแล้วดี ประสบความสำเร็จ ต้นทุนแข่งขันได้ อนาคตไกล ซึ่งธุรกิจพวกนี้เราต้องให้ความสำคัญ และขยายในสิ่งที่เราเข้มแข็ง เช่น ธุรกิจรีเทลทั้งที่เป็นกลุ่มออยล์ และกลุ่มนันออยล์ ซึ่งเราไปได้ดี แข็งแรง โดยเราจะขยายทั้งในประเทศและเพื่อนบ้าน และวันนี้ปั๊มอื่นๆ เอาปั๊ม ปตท.เป็นเบนช์มาร์ก อยากเลียนแบบ”

สำหรับธุรกิจที่ ปตท.จะถอนตัวแน่นอน เทวินทร์ บอกว่า ที่ชัดเจนที่สุดคือธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซีย ขณะที่ธุรกิจที่ ปตท.อยู่ระหว่างการชั่งใจว่าจะลงทุนต่อหรือถอนตัว คือ ธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียที่ขุดไปบ้างแล้ว และที่ยังไม่ได้ขุด ได้แก่ เหมืองที่บรูไน และมาดากัสการ์

“เราคาดว่าราคาถ่านหินจะอยู่ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอีกนาน เพราะมีปัจจัยที่ทำให้ราคาไม่ขึ้น คือ การประชุมโลกร้อนที่ปารีส 196 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยยืนยันความตั้งใจที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะแม้ว่าวันนี้เราจะมีเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด แต่ก็ยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจถ่านหินก็ยังมีปัจจัยบวกตรงที่นำมาผลิตไฟฟ้าได้ในต้นทุนที่ต่ำ มีอายุได้เป็นร้อยปี และไม่ต้องห่วงว่าจะขาด ตอนนี้เราจึงกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่าจะถอนตัวหรือขยาย”

ในส่วนธุรกิจสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมนั้น เทวินทร์ กล่าวว่า ปตท.สผ.มีพอร์ตการสำรวจและผลิตหลายแปลง ทั้งแปลงสำรวจในน้ำลึก แปลงที่ไกลๆ บางแปลงเจอปิโตรเลียมแล้วแต่ยังผลิตไม่ได้ หรือบางแปลงที่กำลังผลิตอยู่

“อันนี้ต้องไปดูว่าอะไรที่ต้นทุนสูงก็หยุด อย่างแปลงที่โมซัมบิกเราจะทำต่อ เพราะต้นทุนการผลิตไม่สูง และผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ได้ด้วย และเรายังเตรียมเงินไว้สำหรับไปลงทุนในแหล่งที่มีต้นทุนต่ำ ถ้าซื้่อในราคาที่แพงหน่อย แต่ต้นทุนต่ำ การดำเนินการต่ำ เราก็ไปได้ ซึ่งต้นทุนที่เราคิดว่ามันจะรอดได้คือที่ระดับ 30-40 เหรียญสหรัฐ”

ยุทธศาสตร์ต่อมา คือ  “O” หรือ Optimization ซึ่งก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกธุรกิจที่ทำอยู่ เช่น โรงกลั่นต้องไม่มีการชัตดาวน์ แท่นผลิตต้องผลิตได้เต็มที่ โรงแยกก๊าซก็เช่นกันต้องทำงานได้เต็มที่

“เราจะลดค่าใช้จ่ายโดยใช้คลัง อุปกรณ์ และซัพพลายร่วมกัน รวมทั้งจะใช้เทคโนโลยีลดค่าใช้จ่าย ทั้งในแง่ลดเงินลงทุน และค่าดำเนินการภายใต้หลักการ ‘ลด ละ เลื่อน’ เพราะถ้าต้นทุนต่ำกว่าราคามันอยู่ได้แน่ และถ้าราคาเพิ่มเราก็ได้กำไร”

ส่วนยุทธศาสตร์ “I” หรือ Integration จะเป็นการมุ่งขยายธุรกิจตลอดสายโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ การผลิตผลิตภัณฑ์เฉพาะไปจนถึงผู้บริโภค

“ทุกธุรกิจมันมีวัฏจักร อย่างตอนที่ราคามันถูก ปตท.สผ.ก็ตกไปเยอะ แต่เรามีธุรกิจปลายน้ำ คือโรงกลั่นเข้ามาช่วย ทำให้ธุรกิจของ ปตท.มีความทนทาน ขณะที่แนวทางที่เรามองและจะทำคือธุรกิจอะไรที่เราทำได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเราจะทำ และมองหาการลงทุนร่วมกัน”

สุดท้ายคือยุทธศาสตร์ “C” หรือ Consolidation เทวินทร์ อธิบายว่า ปตท.จะเน้นการควบรวมธุรกิจที่ซ้ำซ้อนกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา

“อะไรที่ย่อยๆ แยกกันอยู่ ที่ไม่มีสเกล ต้นทุนสูง ก็ให้ไปดูว่าอะไรที่จะรวมๆ กันได้ก็รวม ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งดี อย่างไทยออยล์ (TOP) ไออาร์พีซี (IRPC) และพีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เราก็เห็นว่ามันอยู่พื้นที่เดียว ทำธุรกิจคล้ายกัน ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เราต้องไปศึกษาว่าถ้ารวมแล้วจะมีผลดีอย่างไร มากกว่ารวมเพราะคนอยากให้รวม แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา”

ขณะที่ธุรกิจที่จะเป็นอนาคตและสอดรับกับนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล เทวินทร์ มองว่า เป็นธุรกิจไบโออินดัสทรี ทั้งธุรกิจเอทานอล ไบโอพลาสติก และไบโอเคมิคอล

“เป้าหมายปี 2559 เราไม่ค่อยกำหนดกำไรขาดทุน เราไม่อยากไปชี้นำตลาด แต่เรามีเงินสด 2.6 แสนล้านบาท ที่จะใช้รันกิจการ และลงทุนอินฟราสตรักเจอร์ เช่น ท่อก๊าซ และคลังแอลเอ็นจี ส่วนเงินที่เหลือเราก็มาลงทุนใหม่ เช่น ซื้อกิจการ เพราะวันนี้บริษัทพลังงานหลายแห่งราคาลดลงไปมาก ผมจึงมั่นใจว่าแม้ว่าราคาน้ำมันลงไป 20 เหรียญสหรัฐ เราก็อยู่ได้ ขณะที่ยุทธศาสตร์ R-O-I-C คือตัวที่จะบอกได้ชัดเจนว่าเราจะลงทุนอะไร เราจะลดอะไร” เทวินทร์ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท