posttoday
วิธีลงทุน ระบบราง ให้คุ้มค่า

วิธีลงทุน ระบบราง ให้คุ้มค่า

14 มีนาคม 2559

สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันมีโอกาสไปฟังสัมมนาของ TDRI EIS (TDRI Economic Intelligence Service) ซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่ TDRI ตั้งขึ้นมาเพื่อให้คำ แนะนำในประเด็นด้านเศรษฐกิจให้กับภาคธุรกิจ หัวข้อที่พูดคุยกันก็คือเรื่องการอัพเดทความคืบหน้าของโครงการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของทางรัฐบาลมูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท

สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันมีโอกาสไปฟังสัมมนาของ TDRI EIS (TDRI Economic Intelligence Service) ซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่ TDRI ตั้งขึ้นมาเพื่อให้คำ แนะนำในประเด็นด้านเศรษฐกิจให้กับภาคธุรกิจ หัวข้อที่พูดคุยกันก็คือเรื่องการอัพเดทความคืบหน้าของโครงการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของทางรัฐบาลมูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท

หากเราติดตามข่าวก็จะเห็นว่า รัฐบาลมีความพยายามผลักดันให้เกิดการลงทุนร่วมในรูปแบบรัฐกับเอกชน หรือ PPP (Public-Private Partnership) เพื่อลดภาระด้านงบประมาณ สิ่งที่ดิฉันอยากจะนำเสนอมุมมองก็คือมุมของความคุ้มค่าทางการเงิน ความคุ้มค่าทางการเงินนั้นเรามองในแง่ของผลตอบแทนทางการเงินที่ผู้ลงทุนในฐานะเจ้าของเงินจะได้รับกลับมา ในการลงทุนระบบรางนั้นจะพบว่ามีคนที่เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม ที่เป็นผู้ที่ต้องเข้าไปทำการดำเนินการลงทุนและรับประโยชน์จากการลงทุน นั่นคือ ภาครัฐ เอกชนที่เข้ามาร่วมลงทุน และเจ้าของที่ดินที่อยู่ตามจุดตั้งสถานี

การลงทุนระบบรางนั้นเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนที่สูงและระยะเวลาในการคืนทุนก็นาน ดังนั้นการจะจูงใจให้เอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐนั้น รัฐก็จำเป็นที่จะต้องนำเสนอโครงการที่ให้ประโยชน์การลงทุนที่คุ้มค่า โดยหากเรามององค์ประกอบต่างๆ ของการลงทุนแล้วจะพบว่า ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริงๆ ที่เกิดขึ้นในโครงการนั้นไม่ได้มีแค่ค่าตั๋วและการบริหารโครงการเดินรถเท่านั้น แต่ผลประโยชน์มหาศาลจริงๆ เกิดขึ้นกับตัวที่ดินบริเวณรอบๆ สถานีรถไฟฟ้าโดยไม่ต้องลงเงินสักบาท

ดังนั้น เพื่อให้การลงทุนเกิดการคุ้มค่าและมีการจัดสรรผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมและทั่วถึงกับทุกฝ่าย รัฐควรจะต้องดึงเอาเจ้าของที่ดินรอบๆ ตัวสถานีเข้ามามีส่วนร่วมในสมการการลงทุนด้วย โดยนำโมเดลของญี่ปุ่นมาปรับใช้กับเราได้ ซึ่งทางการญี่ปุ่นจะทำการเวนคืนที่ดินในรัศมี 300 เมตร รอบสถานีและทำการจัดรูปที่ดินใหม่ให้ที่ดินเป็นผืนเดียว และให้สิทธิเอกชนที่ร่วมลงทุนระบบรางในการพัฒนาพื้นที่ตรงนั้น โดยเจ้าของที่ดินเดิมก็จะได้รับค่าเวนคืนที่เหมาะสม ขณะที่รัฐกับเอกชนก็แบ่งปันผลประโยชน์จากการพัฒนาที่ดินบริเวณที่เวนคืนมา

หากเรามีการจัดรูปที่ดินแบบที่ญี่ปุ่นทำก็จะทำให้โครงการลงทุนระบบรางมีความน่าสนใจและดึงดูดการลงทุนจากเอกชนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐเองก็จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยตรงที่มากขึ้นร่วมกับเอกชน จะเห็นว่า การจัดรูปที่ดินร่วมกับการลงทุนระบบรางนั้นมีข้อดีมากมายและช่วยให้ผลประโยชน์จากโครงการนั้นกระจายไปอย่างทั่วถึงทุกฝ่าย ดิฉันก็หวังว่าเราคงจะได้เห็นการจัดรูปที่ดินเกิดขึ้นกับโครงการลงทุนระบบรางในอนาคตข้างหน้าค่ะ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ