
เอปสันชู3กลยุทธ์ปั้นยอด จับเทรนด์ดิจิทัลพัฒนาสินค้า
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
จากการเติบโตเพียง 6% ของตลาดประเทศไทย ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ปีนี้บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) ต้องเร่งเดินแผนเชิงรุกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ว่าจะเติบโต 10% ในปีนี้ พร้อมกับความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวดขึ้น
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากเป้าหมายเติบโต 10% จะมาจากกลุ่มพรินเตอร์อิงค์เจ็ทเติบโต 15% พรินเตอร์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมเติบโต 15% และโปรเจกเตอร์เติบโต 8%
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ที่เน้นสร้างการเติบโตในระยะยาวได้ไว้ 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.การสร้างมูลค่าที่แท้จริงที่ลูกค้าควรได้รับ โดยจะมุ่งไปที่ 4 ด้าน คือ สินค้า โดยจะออกสินค้าใหม่มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ภายใต้กลยุทธ์ที่จะช่วยลูกค้าลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ด้านตัวแทนจำหน่ายที่จะมุ่งขยายให้ครอบคลุมในต่างจังหวัดมากขึ้น ด้านแคมเปญการตลาดที่จะเน้นคุณค่าสูงสุดให้ลูกค้า เช่น การลดราคาหมึกแท้สำหรับธุรกิจสิ่งทอถึง 55% และลดราคาหมึกแท้สำหรับธุรกิจโฆษณาถึง 70% รวมทั้งด้านบริการหลังการขาย
กลยุทธ์ที่ 2 คือการสร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ โดยจะมุ่งผลักดันให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าสู่มาตรฐานดิจิทัล เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่ยังเป็นระบบอะนาล็อก จะเข้าไปสร้างทางเลือกและโอกาสทางธุรกิจผ่านพรินเตอร์ระบบดิจิทัล ประเภท Dye Sublimation หรือการนำนวัตกรรมทีเอ็มพรินเตอร์ Mobile POS เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในร้านค้าปลีก
ยรรยง กล่าวว่า กลยุทธ์สุดท้าย คือการสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับแบรนด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และทุกกิจกรรมที่เอปสันดำเนินการในปีนี้ เอปสัน (ประเทศไทย) มีแผนที่จะทุ่มงบประมาณไม่น้อยกว่าปีที่แล้วที่ใช้ไปกว่า 30 ล้านบาท ในการสานต่อแคมเปญ Epson, TRUST in YOU
ด้านผลประกอบการในปี 2558 (รอบปีบัญชี เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) มีอัตราการเติบโตด้านรายได้ 8% แบ่งเป็นตลาดประเทศไทยเติบโตเพิ่มขึ้น 6% และตลาดต่างประเทศภายใต้การดูแลของเอปสัน (ประเทศไทย) ได้แก่ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ลาว และปากีสถาน เติบโต 16%
“สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมา บริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้รวมจากการขายสินค้าทุกกลุ่ม ทั้งของประเทศไทยและตลาดในภูมิภาคภายใต้การดูแลของเอปสัน (ประเทศไทย) ได้แก่ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ลาว และปากีสถาน รวมเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8% โดยแบ่งเป็นตลาดประเทศไทยเติบโตเพิ่มขึ้น 6% และตลาดต่างประเทศเติบโต 16%
เมื่อแยกเป็นเติบโตของสินค้าแต่ละประเภท พบว่าพรินเตอร์อิงค์เจ็ทมีการเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 20% เนื่องจากกลุ่ม L-Series หรือเครื่องแท็งก์แท้ของเอปสันทำยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมได้ฐานลูกค้าเพิ่มจากกลุ่มผู้ใช้เครื่องแท็งก์เถื่อนที่เริ่มลดลงเรื่อยๆ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
“ในปีที่ผ่านมาเอปสันยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ท ทั้งประเภทซิงเกิ้ลฟังก์ชั่นและมัลติฟังก์ชั่นด้วย สัดส่วนตลาดเชิงมูลค่าถึง 41% เพิ่มจาก 35% ในปี 2557 โดยเฉพาะตลาดธุรกิจโซโหและเอสเอ็มอี ขณะที่ตลาดคอนซูเมอร์เริ่มลดลง เนื่องจากยอดการพิมพ์ตามบ้านน้อยลงเพราะคนใช้สมาร์ทดีไวซ์กันเพิ่มขึ้น”
ขณะที่กลุ่มสินค้าที่เติบโตมากที่สุดเป็นอันดับสองคือ กลุ่มทีเอ็มพรินเตอร์ เช่น พรินเตอร์พิมพ์ใบเสร็จ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 16% เนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกรายใหม่ ในส่วนโปรเจกเตอร์มียอดขายเพิ่มถึง 3% ซึ่งถึงแม้ตลาดโดยรวมจะไม่มีการขยายตัว แต่เอปสันก็ยังคงสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 35%
อย่างไรก็ตาม กลุ่มพรินเตอร์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมไม่มีการเติบโตที่โดดเด่นมากนักในปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาพรวมตลาดไม่ได้มีการขยายตัว แต่กลับมีโอกาสการเติบโตอย่างมากรออยู่ในปีนี้ จากภาพรวมเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัว การใช้จ่ายของภาครัฐ และจากการรุกตลาดอย่างหนักของเอปสัน







