posttoday
สถาบันนอกสนบจ.อาเซียน

สถาบันนอกสนบจ.อาเซียน

11 มีนาคม 2559

สถาบันต่างชาติ-ไทยร่วม 600 คน แห่ฟังข้อมูล บจ.ได้ประโยชน์นโยบายรัฐ ในงานซีแอลเอสเอ อาเซียนฟอรั่ม

สถาบันต่างชาติ-ไทยร่วม 600 คน แห่ฟังข้อมูล บจ.ได้ประโยชน์นโยบายรัฐ ในงานซีแอลเอสเอ อาเซียนฟอรั่ม

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า งานซีแอลเอสเอ อาเซียน ฟอรั่ม 2016  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 มี.ค. 2559 ในประเทศไทย ว่าธีมใหญ่ของงานหลัก คือ One Belt, One Road เป็นนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องการสร้างเส้นทางสายไหมแห่งใหม่เชื่อมโยงมายังกลุ่มประเทศอาเซียน และงานปีนี้ต้องการฉายภาพการลงทุนโครงการต่างๆ ในระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลไทย  ดิจิทัลอีโคโนมีและธุรกิจออนไลน์ ซึ่งมีนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมงานมากที่สุดจำนวนประมาณ 600 คน

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานแบ่งเป็นกองทุนต่างประเทศจำนวนประมาณ 300 คนจากทั่วโลก โดยมีเงินลงทุนรวมกันหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นกองทุนที่มีชื่อเสียง อาทิ Templeton Capital และกองทุนในประเทศประมาณ 200 คน อาทิ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ บลจ.กสิกรไทย บลจ.กรุงศรี บลจ.กรุงไทย ขณะที่มีนักลงทุนเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีทั้งสิ้นประมาณ 400 คน  ส่วนหน่วยงานภาครัฐที่มาให้ข้อมูล ได้แก่ กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังจัดพรีทัวร์กับนักลงทุนเพื่อนำเสนอข้อมูลอีสเทิร์นซีบอร์ด พาร์ต 2 ที่จะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้

สาเหตุที่นักลงทุนให้ความสนใจร่วมงานจำนวนมาก เพราะตลาดหุ้นอาเซียนทั้งหมด ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม โดยเฉพาะไทยอยู่ในทิศทางที่ดี โดยมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของไทยประมาณ 30 แห่งที่มีสตอรี่ ร่วมงานให้ข้อมูล  อีกทั้งยังมี บจ.จากทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และ บจ.อสังหาริมทรัพย์ของเมียนมาซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ร่วมให้ข้อมูลด้วย

นายปริญญ์ กล่าวว่า ได้นำเสนอ บจ.ไทยที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายการลงทุน และกระตุ้นกำลังซื้อกลุ่มรากหญ้าของรัฐบาล ซึ่งนักลงทุนให้ความสนใจจำนวนมาก ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) บริษัท เจ มาร์ท (JMART) บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และงานครั้งนี้มี บจ.จากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 4 แห่ง อาทิ บริษัท แอร์โรว์ ซินดิเคท (ARROW) บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) ร่วมด้วยและยังมีผู้บริหารของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและธุรกิจออนไลน์ชั้นนำของไทยจำนวน 10 รายมาร่วมให้ข้อมูลด้วย

“มุมมองหุ้นไทยตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น แม้ยังมีเรื่องที่ยังกังวลอยู่ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วไป เศรษฐกิจจีน ปัญหาหนี้กลุ่มประเทศยุโรป แต่สภาพคล่องยังมีจำนวนมาก จากนโยบายทำคิวอีเพิ่มของธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี ธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ใช้ดอกเบี้ยติดลบ ขณะที่กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงมีโอกาสเติบโต” นายปริญญ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำและนักลงทุนขาดความมั่นใจในการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ  การจัดโรดโชว์เป็นสิ่งสำคัญ บจ.ไทยจำนวนมากออกไปนำเสนอข้อมูลในต่างประเทศ เช่น  บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) ไปฮ่องกงและสิงคโปร์กับ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส  นำเสนอข้อมูลต่อกองทุนต่างประเทศทั้งหมด 40 แห่ง เมื่อต้นเดือน มี.ค. 2559 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมีโอกาสในการเปิดเผยแผนธุรกิจและเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท