posttoday
‘สิฌาลิฬ รุ่งเลิศสกุล’ รุกอสังหาฯ ต่อยอดรับเหมาก่อสร้าง

‘สิฌาลิฬ รุ่งเลิศสกุล’ รุกอสังหาฯ ต่อยอดรับเหมาก่อสร้าง

11 มีนาคม 2559

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การดำเนินธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น อาจจะมีการขยายธุรกิจที่เกื้อหนุนกับธุรกิจเดิม เป็นการรองรับทายาทรุ่นต่อไปได้เข้ามาช่วยดูแล เช่นเดียวกับ สิฌาลิฬ รุ่งเลิศสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูธนรัตน์ ซึ่งมีธุรกิจครอบครัวทำบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อบริษัท ช.รุ่งเลิศ กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี ปัจจุบันน้องชายดูแลธุรกิจครอบครัว

ขณะที่ สิฌาลิฬ แยกตัวมาตั้งบริษัท ภูธนรัตน์ ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยโครงการที่ทำขึ้นจะให้บริษัท ช.รุ่งเลิศ กรุ๊ป เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้สามารถคุมต้นทุนได้ดี และลดความเสี่ยงปัญหาผู้รับเหมาหนีงานเหมือนที่บางรายเจออยู่บ่อยๆ

สิฌาลิฬ เล่าว่า คลุกคลีกับธุรกิจบริษัท ช.รุ่งเลิศ กรุ๊ป ที่คุณพ่อ (ภูดิศ รุ่งเลิศสกุล) ทำมาตั้งแต่เด็ก บริษัทนี้รับเหมาก่อสร้างโครงการโรงแรม รีสอร์ท คอมมูนิตี้มอลล์ คอนโดมิเนียม จำนวนมาก แต่เป็นเพียงรับจ้างทำ จึงเกิดความคิดอยากทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอง เพราะมองว่าก็มีบริษัท ช.รุ่งเลิศ กรุ๊ป สนับสนุนงานรับเหมาก่อสร้างโครงการได้อยู่แล้ว

โครงการแรกของบริษัท ภูธนรัตน์ คือโรงแรมต้นน้ำลำตะคอง ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นโครงการที่คุณพ่อต้องการทำ ซึ่งก่อสร้างและเปิดดำเนินการได้กว่า 5 ปี ก็มีนักลงทุนขอซื้อกิจการไปทำต่อพร้อมเปลี่ยนชื่อโรงแรมใหม่ ส่วนโครงการต่อมาคือ เขาใหญ่ มาร์เก็ต วิลเลจ เป็นอาคารพาณิชย์ มูลค่าโครงการกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งขายหมดไปแล้ว

หลังจากนั้นมีโอกาสซื้อที่ดินที่หัวหินนำมาพัฒนาโครงการ แต่เมื่อซื้อที่ดินแล้วร่างแบบโครงการยังไม่ทันจะเสร็จ ก็มีนักธุรกิจท้องถิ่นเจรจาขอซื้อที่ดินพร้อมร่างแบบไปดำเนินการต่อเอง บริษัทก็ขายให้ทั้งที่ดินพร้อมแบบโครงการ โดยระหว่างทำโครงการหัวหิน บริษัทก็พัฒนาโครงการเดอะ พลูริส เขาใหญ่ ควบคู่ไปด้วย ดังนั้นแม้โครงการหัวหินจะถูกซื้อต่อ ก็ยังมีโครงการเดอะ พลูริส เขาใหญ่ ที่บริษัทยังดำเนินการจนถึงปัจจุบัน

สำหรับเดอะ พลูริส เขาใหญ่ เป็นโครงการใช้พื้นที่แบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) ในพื้นที่ 82 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณถนนธนะรัชต์ กิโลเมตรที่ 4 แบ่งเป็นบ้านพักตากอากาศ (วิลล่า) 50 แปลง คอนโดมิเนียม 6 อาคาร รวม 314 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท และยังเหลือพื้นที่หน้าโครงการไว้ 5 ไร่ เพื่อทำโครงการคอมมูนิตี้มอลล์อีก 2 ปีข้างหน้า

สิฌาลิฬ กล่าวว่า หลักการพัฒนาโครงการเดอะ พลูริส เขาใหญ่ จะเริ่มพัฒนาที่ดินจากพื้นที่ด้านในสุดออกมาด้านนอกสุด โครงการแรกคือคอนโดมิเนียมอาคารแรก มี 54 ยูนิต เปิดขายตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันโอนเรียบร้อยแล้ว 80% จึงเตรียมเปิดขายก่อนสร้าง (พรีเซล) คอนโดมิเนียมอาคารที่ 2 ซึ่งมี 52 ยูนิต ช่วงเดือน เม.ย.นี้ ส่วนโครงการวิลล่าน่าจะเริ่มขายจริงปลายปี 2560 เนื่องจากต้องการรอบ้านตัวอย่างเสร็จก่อน แต่ถ้าระหว่างนี้มีลูกค้าสนใจซื้อวิลล่าแม้ยังไม่เห็นบ้านตัวอย่างก็ยินดีขาย โดยที่ผ่านมาก็มีผู้สนใจจองซื้อวิลล่าไปแล้ว 9 แปลง แม้ยังไม่เห็นแบบ

“โครงการคอนโดมิเนียมอาคารแรกที่ขายไปมี 4 ชั้น เพราะตั้งในจุดสูงสุดของที่ดิน แต่อีก 5 อาคารที่เหลือจะมี 5 ชั้น เพื่อให้ระดับอาคารสมดุลกัน โดยคอนโดมิเนียมที่ทำมีขนาดห้อง 34 ตารางเมตร จนถึง 131 ตารางเมตร ออกแบบตัวอาคารเหมือนลูกสน แต่ละยูนิตแยกอิสระจากกันให้ระบายอากาศได้ดี เปิดหน้าต่างแล้วรับแสงธรรมชาติและลมเข้าถึงทุกส่วน ขณะที่เพดานถึงพื้นห้องสูง 2.9 เมตร ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง”

ทั้งนี้ ตั้งแต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาพัฒนาที่อยู่อาศัยย่านเขาใหญ่ก็เป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการรายเล็กตามเข้ามามาก ซึ่งเป็นผลดีกับลูกค้า เพราะมีสินค้าให้เลือกแตกต่างไปตามไลฟ์สไตล์ ขณะที่กฎหมายผังเมืองกำลังจะเปลี่ยน ต่อไปไม่สามารถสร้างคอนโดมิเนียมได้บางพื้นที่ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายเร่งเข้ามาทำโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้ทั้งที่ยังไม่พร้อม เพราะกลัวว่าเมื่อกฎหมายผังเมืองเปลี่ยนแล้วจะทำไม่ได้ จึงมีกระแสที่มองเขาใหญ่มีจำนวนห้องพักล้นตลาด (โอเวอร์ซัพพลาย) และเชื่อว่าจำนวนห้องพักจะยังเติบโตอีกใน 5 ปีนี้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคอนโดมิเนียมใหม่ คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ที่จะเกิดในอนาคต จะมีแนวคิดก่อสร้างใหม่ๆ เป็นแรงดึงดูดให้คนอยากมาเที่ยวและใช้ชีวิตที่เขาใหญ่มากขึ้น ซึ่งเมื่อไรก็ตามที่กฎหมายผังเมืองใหม่มีผล คอนโดมิเนียมใหม่เกิดไม่ได้ จะทำให้ความต้องการซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจนไม่มีปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย โดยเชื่อว่ากลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมย่านเขาใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ส่วนผู้ที่ซื้อเก็งกำไร ปัจจุบันน่าจะมี 10% เท่านั้น แต่อนาคตหลังกฎหมายผังเมืองเปลี่ยน กลุ่มเก็งกำไรก็น่าจะเพิ่มขึ้น

สิฌาลิฬ กล่าวว่า หลังจบโครงการเดอะ พลูริส เขาใหญ่ และคอมมูนิตี้มอลล์หน้าโครงการ วางแผนจะพัฒนาโรงแรมไม่ไกลโครงการเดอะ พลูริส เขาใหญ่ น่าจะเกิดขึ้น 4 ปีข้างหน้า จากนั้นจะหาซื้อที่ดินในกรุงเทพฯ ย่านซอยสุขุมวิท มาพัฒนาคอนโดมิเนียม คาดว่าจะเริ่มโครงการ 5-6 ปีข้างหน้า ซึ่งการที่บริษัทเข้าสู่ตลาดกรุงเทพฯ เพราะมั่นใจความพร้อมของทีมงานที่มีอยู่ และถึงแม้เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่รายใหญ่ แต่มั่นใจว่า หากเลือกทำเลดี สร้างคอนโดมิเนียมมีคุณภาพ ก็ขายได้ไม่ยาก

ด้านแนวคิดบริหารธุรกิจได้เรียนรู้จากคุณพ่อมาตลอด คุณพ่อสอนเสมอว่าจะทำงานที่ไหนก็ตามต้องรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของรักษาผลประโยชน์ให้บริษัทนั้น ถ้าทำเช่นนี้ได้จะเจริญในหน้าที่การงานแน่นอน ซึ่งก็ยึดหลักนี้มาตลอดตั้งแต่ทำงานกับบริษัทอื่นจนทำบริษัทของตัวเอง และมองว่าองค์กรไม่ใหญ่ก็ทำงานสำเร็จ ทำโครงการมีคุณภาพได้ โดยลักษณะการทำงานเหมือนการพึ่งพาอาศัยกันของคนในครอบครัว แม้มีโครงสร้างทีมบริหารและฝ่ายปฏิบัติการชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติก็ทำงานร่วมกันเหมือนพี่น้อง เหมือนค้อนกับตะปู ถ้าไม่มีค้อน ตะปูก็ไม่มีความหมาย ถ้าไม่มีตะปู ค้อนก็แสดงปมเด่นที่มีไม่ได้

สิฌาลิฬ เชื่อว่า แรงขับเคลื่อนองค์กรที่สำคัญคือทีมงาน และความตั้งใจกับประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จ แม้บริษัท ภูธนรัตน์ ไม่ใช่องค์กรใหญ่ แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค เพราะบริษัทให้ความสำคัญในการเลือกใช้วัสดุมีคุณภาพ และอยากฝากคนที่คิดทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องมีคือ ความซื่อสัตย์ ที่ผ่านมาหลายโครงการไปไม่รอดเพราะเอาเปรียบผู้บริโภคเกินไป หลักการนี้ใช้ได้กับทุกธุรกิจ อันดับต่อมาที่ต้องมีคือ รู้จักเลือกทำเลที่ดีและมีพันธมิตรบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ดี

ไม่ว่าองค์กรใหญ่หรือองค์กรเล็ก ถ้ามีความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคเป็นฐานการทำธุรกิจ เชื่อว่าธุรกิจจะอยู่รอดปลอดภัยอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน