
ชูโมเดลสหรัฐปั้นสตาร์ทอัพ
กระทรวงวิทย์ฯ ประชุมร่วมสหรัฐ ดึงโมเดลสตาร์ทอัพมาใช้กับไทย หนุนงบวิจัยให้เอกชนเพิ่ม
กระทรวงวิทย์ฯ ประชุมร่วมสหรัฐ ดึงโมเดลสตาร์ทอัพมาใช้กับไทย หนุนงบวิจัยให้เอกชนเพิ่ม
นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ประชุมคณะกรรมการร่วมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย-สหรัฐ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการไทย-สหรัฐ โดยจากการหารือพบว่า ประเทศสหรัฐมีความสำเร็จในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงมีสตาร์ทอัพที่สำเร็จเป็นผู้ประกอบการจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่อาจจะนำรูปแบบการพัฒนาผู้ประกอบการในสหรัฐมาปรับใช้กับไทย
ทั้งนี้ หนึ่งในรูปแบบการพัฒนาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐ มาจากรัฐบาลของสหรัฐมีการส่งเสริมงบประมาณ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งบประมาณด้านนวัตกรรม ที่แยกจากกันอย่างชัดเจน ประเทศสหรัฐมีงบสนับสนุนให้เอกชนที่ลงทุนงานวิจัย และให้งบประมาณส่งเสริมนวัตกรรมที่มีไอเดียสร้างสรรค์ แตกต่างจากไทยที่จะให้งบประมาณวิจัยเฉพาะมหาวิทยาลัยรัฐ ส่งผลให้ประเทศสหรัฐสามารถคิดค้น สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ได้จำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ประเทศสหรัฐมีความพร้อมส่งนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้และนำการทำพลังงานทดแทนในประเทศไทย โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสะอาดและพลังงานน้ำ รวมทั้งสนใจให้ความรู้ในการพัฒนาบุคลากรด้านสะเต็ม (STEM) ในไทย ซึ่งประเทศสหรัฐมีความเชี่ยวชาญด้านสะเต็มในระดับสูงมาก นอกจากนี้มีความร่วมมือทั้งด้านสุขภาพ และด้านน้ำและความหลากหลายชีวภาพ
นายวีระพงษ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังเชิญชวนหน่วยงานในสหรัฐให้เข้ามาจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในไทย ที่รัฐบาลมีสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ รวมถึงการเข้ามาลงทุนในโครงการฟู้ด
อินโนโพลิส โดยประเทศสหรัฐสนใจเข้ามาลงทุนจัดตั้งโรงงานทำวัคซีนที่เกี่ยวกับโรคเขตร้อน และวัคซีนสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ เพื่อใช้ไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะต้องมีการหารือและเจรจาอีกครั้ง
นางฉันทรา พูนศิริ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ได้เสนอให้มีการจัดประชุมร่วมด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอางระหว่างไทยและสหรัฐต่อไป เพราะสหรัฐเชี่ยวชาญด้านวิจัยและมีเทคโนโลยีระดับสูง







