posttoday
ใช้งบประมาณอย่างไรให้คุ้มค่า (1)

ใช้งบประมาณอย่างไรให้คุ้มค่า (1)

09 มีนาคม 2559

หลายสิบปีที่ผ่านมา ผมเฝ้าดูวิธีการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาลไม่ว่ากี่ชุดที่ผ่านมา

หลายสิบปีที่ผ่านมา ผมเฝ้าดูวิธีการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาลไม่ว่ากี่ชุดที่ผ่านมา โดยการรับจำนำหรือประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ปาล์ม อ้อย มันสำปะหลัง นม ฯลฯ และงบประมาณที่ต้องใช้ในการอุดหนุนราคาผลิตผลดังกล่าว ในช่วงเวลาที่ราคาในตลาดโลกตกต่ำ ยิ่งสูงมากขึ้นทุกปี เป็นหลักหลายแสนล้านบาท ซึ่งการผลาญงบประมาณแผ่นดิน โดยการนำเงินที่รีดเลือดปูจากผู้เสียภาษีเงินได้ นำไปใช้แก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบนี้ ดูไม่เหมาะสมเลยทีเดียว เพราะว่าต้องคอยแก้ปัญหาแบบนี้ทุกปี ทำไมรัฐบาลไม่คิดที่จะแก้ที่ต้นเหตุ เพื่อจะได้ขจัดปัญหาแบบถาวร มิฉะนั้นแค่ 2 ปีก็ต้องละลายงบเพื่อแก้ปัญหานี้เป็นหลักล้านล้านบาทแล้ว ท่านสมคิดก็พูดเองว่า ไม่อยากจะต้องแบกหน้าไปขอร้องให้ประเทศต่างๆ ช่วยซื้อข้าว ยางพารา ฯลฯ จากเรา เราควรจะโตได้แล้ว

ผมเห็นว่ารัฐควรจะใช้งบประมาณแผ่นดินในด้านต่อไปนี้

1.การปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งน่าจะใช้งบประมาณไม่มากมาย แต่เป็นการแก้ปัญหาได้จริง และคุณภาพของเด็กไทยรุ่นใหม่ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและความรู้ที่คับแก้วไว้แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งตอนนี้การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีผลทางปฏิบัติแล้ว และทั่วโลกได้อย่างไม่อายใคร โดยให้การศึกษาภาคบังคับขั้นต่ำเป็นชั้น ม.6 หรือ ปวช.ทั่วประเทศ และเพิ่มคุณภาพของระบบการเรียนการสอน โดยให้มีการจัดการแข่งขันของครูอาจารย์ในระดับชั้นต่างๆ (ชั้นประถม ม.ต้น และ ม.ปลาย )และแยกเป็นรายวิชา ทั่วประเทศ โดยกำหนดรางวัลให้มีมูลค่าสูง และมีการถ่ายทอดออกทีวี จะเป็นการกระตุ้นให้คุณครูอาจารย์ทั้งหลายอยากจะเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเงินรางวัลและชื่อเสียง และคัดเอาผู้ชนะเลิศที่จะได้จากการโหวตจากผู้ชมทางบ้านและคณะกรรมการตัดสิน โดยเน้นทั้งเพื่อสาระ รวมทั้งความสนุกสนาน เพื่อให้นักเรียนตั้งใจเรียน ไม่รู้สึกเบื่อที่จะต้องมานั่งเรียนหนังสือ แล้วให้ผู้ชนะเลิศในแต่ละระดับชั้น และแต่ละวิชามีการอัดวิดีโอ สอนวิชาของแต่ละระดับชั้นเรียน แล้วส่งไปให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทย

กระทรวงศึกษาธิการต้องตั้งงบเพื่อสั่งซื้อเครื่องเล่นวิดีโอแจกจ่ายให้ทุกห้องเรียนของทุกโรงเรียนทั่วประเทศไทย โดยให้คุณครูที่สอนเปลี่ยนหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอน โดยมีหน้าที่เปิดวิดีโอดังกล่าวให้นักเรียนดู เมื่อนักเรียนมีข้อสงสัย ก็ PAUSE VDO แล้วคุณครูที่สอนก็อธิบายให้นักเรียนฟัง

เมื่อทำเช่นนี้แล้ว คุณภาพการศึกษาของเด็กนักเรียนไม่ว่าจะเป็นเขตเทศบาล นอกเขตเทศบาล ต่างจังหวัด หรือกรุงเทพฯ ก็จะมีคุณภาพใกล้เคียงกัน เราจะไม่เห็นความเหลื่อมล้ำอย่างมากมายของเด็กนักเรียนโรงเรียนบางหมาว้อกับโรงเรียนเตรียมอุดมอีกต่อไป เนื่องจากเด็กนักเรียนทุกคนจะเรียนกับอาจารย์คนเดียวกัน คุณภาพการศึกษาของเด็กรุ่นใหม่ของไทย ก็จะไม่ด้อยไปกว่าเด็กสิงคโปร์มากนัก

สิงคโปร์เป็นประเทศที่แทบจะไม่มีทรัพยากรอะไรเลย เมื่อ 40 ปีที่แล้วก็ไม่ได้ดีเด่นกว่าประเทศไทย แต่เมื่อปี 2557 ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวประชากรของสิงคโปร์=56,319 เหรียญสหรัฐ (ปี 2556=55,980 เหรียญสหรัฐ) ขณะที่ของมาเลเซีย=10,804 (ปี 2556=10,457เหรียญสหรัฐ) และไทย=5,445 เหรียญสหรัฐ (ปี 2556=5,670 เหรียญสหรัฐ) จะเห็นได้ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวประชากรของสิงคโปร์มากกว่า 10 กว่าเท่าของไทยแล้ว ในขณะที่มาเลเซียเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ยังอยู่ในระดับเดียวกันกับเรา ล่าสุดก็มากกว่าไทยเรา 2 เท่าแล้ว ยิ่งดูเปรียบเทียบระหว่างปี 2556 กับปี 2557 ประเทศเพื่อนบ้านยังมีการเติบโต ในขณะที่ของไทยกลับติดลบ ถึงเวลาที่จะปฏิรูประบบการศึกษาของไทยเรารึยัง ยิ่งปัจจุบันเออีซีเริ่มมีผลทางปฏิบัติแล้ว หรือเราอยากจะเห็นเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แซงหน้าเราไปอีกหรือ

จากการได้รับสัมผัสโดยตรงของผมระหว่างเด็กนักเรียนไทยเมื่อเทียบกับสิงคโปร์และมาเลเซีย คุณภาพของไทยแย่กว่า 2 ชาติเพื่อนบ้านจริงๆ นอกจากนั้นควรจะเปิดโครงการฝึกวิชาชีพในหลายสาขา โดยคนที่มานั่งเรียนจนจบคอร์สโดยมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80% และสอบผ่านทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จะได้รับเงินทุนตั้งตัวคนละ 1 ก้อน โดยรัฐจะต้องประชาสัมพันธ์ผ่านทั้งสื่อของรัฐบาลเอง และขอความร่วมมือเอกชนช่วยประชาสัมพันธ์อีกแรง ต่อไปข้างหน้าเราจะได้ไม่ต้องมาคอยแจกผ้าห่มกันอีกทุกปี เพราะประชาชนมีรายได้มากขึ้น เนื้อที่หมดแล้ว ไว้อ่านตอนที่ 2 ในบทความหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล