
บี้ลดดีเซลลิตรละ2บ.
"‘มั่น"เสนอ"กรณ์"ชี้ชะตาเปิดทางภาคขนส่งซื้อน้ำมันราคาหน้าโรงงานจากปตท. เดินหน้าผลักดันลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 2 บาท เน้นช่วยภาคขนส่ง
"‘มั่น"เสนอ"กรณ์"ชี้ชะตาเปิดทางภาคขนส่งซื้อน้ำมันราคาหน้าโรงงานจากปตท. เดินหน้าผลักดันลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 2 บาท เน้นช่วยภาคขนส่ง
นายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้ทำเรื่องเสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เรื่องมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซลประเภท B3 และ B5 ลงจากราคาขายในปัจจุบันอีกลิตรละ 2 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการขนส่ง ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจไทย จะทำให้ต้นทุนของราคาสินค้าถูกลงจากปัจจุบัน และจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจโดยรวม
“หากนายกรณ์พิจารณาเห็นชอบ กระทรวงการคลังก็จะไปหารือกับบริษัท ปตท. ให้ขายน้ำมัน ณ ราคาหน้าโรงกลั่นให้แก่ตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งประมาณ 3040 ล้านลิตรต่อเดือน ซึ่งกระทบกับรายได้รัฐน้อยมากเมื่อเทียบกับต้นทุนเอกชนที่ลดลง” นายมั่น กล่าว
ขณะที่กระทรวงการคลังจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนคืนกลับแก่บริษัท ปตท. ในรูปของการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีให้ โดยมาตรการนี้หากดำเนินการได้จะทดลองใช้นำร่องเป็นเวลา 6 เดือน
นายมั่น กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พิจารณาการดำเนินการในหลายแนวทางเพื่อลดราคาน้ำมันดีเซล เช่น การลดเงินนำส่งเข้ากองทุนพลังงาน แต่สุดท้ายเห็นว่ามาตรการลดราคาน้ำมันโดยซื้อน้ำมันราคาหน้าโรงงานจากบริษัท ปตท. โดยตรงมีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ผลิตน้ำมันดีเซลส่งออกขายนอกประเทศได้แล้ว ไม่ใช่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันดีเซล โดยปีที่ผ่านมามีการส่งออกน้ำมันดีเซลไปขายยังต่างประเทศถึง 4,000 ล้านลิตร จึงเห็นว่าควรนำน้ำมันดีเซลที่ผลิตได้มาช่วยผู้ประกอบการในประเทศ
รมช.คลัง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศอยู่ที่ 1,500 ล้านลิตรต่อเดือน จึงจะให้บริษัท ปตท. ขายน้ำมันในราคาหน้าโรงงานให้กับผู้ประกอบการขนส่งเดือนละ 60 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันพบว่ายอดการใช้น้ำมันดีเซลลดลงมาอยู่ที่เดือนละ 800 ล้านลิตร จึงเห็นควรให้บริษัท ปตท. ขายน้ำมันราคาหน้าโรงงานให้กับผู้ประกอบการขนส่งเดือนละ 3040 ล้านลิตร
“ผมคาดว่าภายในสัปดาห์หน้า นายกรณ์จะมีข้อสรุปว่าจะเห็นชอบกับมาตรการดังกล่าวหรือไม่ หากเห็นชอบคลังจะดำเนินการเจรจากับบริษัท ปตท. และกรมสรรพากรเพื่อดำเนินการต่อ ทำให้ราคาขายน้ำมันดีเซลที่ขายให้ผู้ประกอบการขนส่งลดลงลิตรละ 2 บาท” นายมั่น กล่าว
ก่อนหน้านี้ มีการประเมินว่าหากปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 2 บาท ด้วยการลดภาษีสรรพ สามิตลง จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ปีละ 45 หมื่นล้านบาท
กองทุนน้ำมันมีเงินทุนสุทธิอยูที่ 23,000 ล้านบาท โดยมีเงินไหลเข้าเฉลี่ยแต่ละเดือน เดือนละ 3,000 ล้านบาท และมีรายจ่ายเดือนละ 2,700 ล้านบาท
ส่วนอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถทำได้คือการลดการส่งเงินเข้า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่คงจะสามารถทำได้เฉพาะน้ำมันเบนซิน เพราะในส่วนน้ำมันดีเซล ปัจจุบันจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เพียงลิตรละ 65 สตางค์เท่านั้น ซึ่งหากจะลดราคาน้ำมันดีเซลลงก็จะต้องนำเงินจากส่วนน้ำมันเบนซินมาใช้ ซึ่งก็ถือเป็นวิธีการที่ไม่เป็นธรรม







