
ธนชาตโต้ 'สกสค.' ให้บริการโปร่งใส
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
คดีฉ้อโกงครึกโครมที่เกิดขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.) ที่ได้ปล่อยกู้เพื่อลงทุนให้กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป ของ สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป และเป็นเจ้าของบริษัท สัญญาประกันภัย เพื่อลงทุนทำโครงการโรงไฟฟ้าวงเงิน 2,100 ล้านบาท
คดีนี้มี บุญส่ง สุขโขทัย อดีตผู้อำนวยการ สกสค. สมุทรสาคร 2 สมัย ร้องเรียนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า เกษม กลั่นยิ่ง อดีตเลขาฯ สกสค. กับพวก มีพฤติกรรมใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อนุมัติเงินกองทุนจำนวน 2,100 ล้านบาท ให้บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป โดยไม่มีหลักประกันการกู้เงินที่ชัดเจน และบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป ไม่สามารถคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยให้ได้ จึงเชื่อว่าเกษมกับพวกมีเจตนายักยอกเงินกองทุนไปเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์กัน
นอกจากนี้ มีการส่งเรื่องไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกด้วย ซึ่งหัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบความถูกต้องโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารการเงินทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดของคุรุสภา สกสค. และองค์การค้าของ สกสค.
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จึงทำหน้งสือลับมาก ลงวันที่ 7 พ.ค. 2558 ให้ตรวจสอบผู้บริหารกองทุนและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท บิลเลี่ยน
อินโนเวเท็ด กรุ๊ป มีพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง การปลอมแปลงเอกสารและการฟอกเงิน
ทั้งนี้ ผลของการตรวจสอบพบว่ากองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ได้นำเงินไปลงทุนกับบริษัท บิลเลี่ยนฯ จำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งแรกซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัท บิลเลี่ยนฯ 500 ล้านบาท โดยมีธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นผู้อาวัล ซึ่งกองทุนได้รับเงินคืนแล้ว ครั้งที่สอง ซื้อตัวสัญญาใช้เงินกับบริษัท บิลเลี่ยนฯ 2,100 ล้านบาท โดยไม่มีธนาคารอาวัล
เงินที่ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินครั้งที่ 2 นี่เอง ที่ธนาคารธนชาตเข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจาก สกสค.ฝากเงินจำนวนนี้ไว้กับธนาคารโดยมีเงื่อนไขมีผู้มีอำนาจลงนาม 4 คน คือ นาย ก. นาย ส. ลงนามคู่กับนาง ป. หรือนาง ม. โดยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2556 นาย ก. และนาง ม. เป็นผู้ลงนามถอนเงินจากธนาคารธนชาต และให้โอนเงินผ่านระบบบาทเน็ตเข้าบัญชีของบริษัท บิลเลี่ยนฯ ที่ธนาคารกสิกรไทย
การโอนเงินดังกล่าวถูก สกสค.ตั้งข้อสงสัยว่าไม่โปร่งใส ซึ่ง สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารธนชาต ได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณี สกสค.จะฟ้องแพ่งให้ธนาคารชดใช้เงินจำนวน 2,100 ล้านบาท ซึ่งธนาคารโต้แย้งว่าแบบฟอร์มการถอนเงินและแบบฟอร์มการโอนบาทเน็ตของรายการดังกล่าวมีการลงนามร่วมกันโดยผู้มีอำนาจ 2 ท่าน ตรงตามเงื่อนไขในการสั่งจ่ายเงินที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.กำหนด พร้อมนำส่งสมุดเงินฝากเพื่อบันทึกรายการ และผู้มีอำนาจสั่งจ่ายได้ลงนามรับเงินตามจำนวนดังกล่าวจากธนาคารแล้ว จึงเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามระเบียบของธนาคารว่าด้วยการถอนเงินและการโอนเงินทุกประการ
นอกจากนี้ การถอนเงินและการโอนเงินเป็นไปตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของมติคณะกรรมการ โดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารไม่มีสิทธิหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ หนังสือของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ที่ลงนามโดยรองเลขาธิการปฏิบัติการแทนเลขาธิการ เรื่องขอปิดบัญชี ซึ่งถูกนำมาเป็นข้อเรียกร้องกับธนาคาร ว่าเป็นหนังสือที่ออกโดยมิชอบ เป็นการดำเนินการโดยผู้ไม่มีอำนาจ และไม่เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดบัญชีและการสั่งจ่ายนั้น ไม่ใช่เอกสารที่ใช้สำหรับการถอนเงินและการโอนเงินของธนาคาร
ฉะนั้น การกล่าวหาธนาคารว่าไม่ระมัดระวังทำให้ สกสค.เสียหาย จึงไม่เป็นธรรมต่อธนาคารอย่างยิ่ง และทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ทราบดีอยู่แล้วว่าการอนุมัติให้นำเงินไปลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทเอกชนเป็นไปตามมติของคณะกรรมการทุกประการ และหลังจากนั้นก็ได้รับดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินครบถ้วน แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินต้นตามตั๋วสัญญาใช้เงินแล้วไม่ได้รับเงินต้นคืน ก็จะมาเรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบแทน ด้วยการนำหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เรื่องขอปิดบัญชี ที่ลงนามโดยรองเลขาธิการปฏิบัติการแทนเลขาธิการมาเป็นข้ออ้าง
อย่างไรก็ดี แม้ธนาคารธนชาตจะชี้แจงว่าไม่ได้รู้เห็นในความเสียหายของ สกสค.ที่กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนในขณะนี้ ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องขึ้นไปต่อสู้คดีที่ศาล หาก สกสค.ฟ้องแพ่ง ซึ่งจะต้องไปพิสูจน์กันที่ศาลว่าความจริงเป็นอย่างไร







