
บสย.โดดค้ำหนี้นอกระบบ6แบงก์5พันล.
โพสต์ทูเดย์
— บสย.พร้อมเดินหน้าค้ำประกันลูกหนี้นอกระบบ 5,000 ล้านบาท ธ.ก.ส.จองวงเงินแล้ว 2,000 ล้านบาทร.ท.นพดล พันธุ์กระวี รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.ได้ส่งร่างบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) ให้แก่ธนาคารของรัฐทั้ง 6 แห่ง ที่ร่วมโครงการแก้หนี้นอกระบบ หากธนาคารใดพร้อมและส่งเรื่องมาให้ บสย. ก็สามารถอนุมัติค้ำประกันได้ไม่เกิน 2 วันทันที
ทั้งนี้ บสย.ตั้งวงเงินดำเนินโครงการไว้ 5,000 ล้านบาท ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้แจ้งความจำนงขอใช้วงเงินแล้ว 2,000 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนลูกหนี้นอกระบบประมาณ 2.5 หมื่นราย ส่วนที่เหลืออีก 3,000 ล้านบาท จะจัดสรรให้กับธนาคารของรัฐอีก 5 แห่งที่เหลือ
ร.ท.นพดล กล่าวว่า การค้ำประกันลูกหนี้นอกระบบที่เป็นเกษตรกร ไม่ถือว่าผิดกฎหมายของ บสย. เพราะนับว่าเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เช่นเดียวกัน เนื่องจากมีอาชีพ มีกิจการ โดยจะคิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน 2% ต่อปี โดยไม่ต้องมีหลักประกัน วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย จะเสียค่าธรรมเนียมสูงสุดรายละ 333.33 บาทต่อเดือน
สำหรับลูกหนี้ที่ขอกู้ผ่าน ธ.ก.ส. มีระยะเวลาชำระหนี้ 12 ปี บสย. จะรับประกันความสูญเสียที่ 23% ส่วนอีก 5 ธนาคารที่เหลือที่มีระยะเวลาชำระ 8 ปี บสย.จะรับประกัน 15% โดยทั้งหมดนี้รัฐบาลไม่ต้องชดเชยความเสียหาย และไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ เนื่องจากเป็นการดำเนินงานของ บสย. เอง ซึ่งเป็นคนละส่วนกับโครงการ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 2 วงเงินค้ำประกัน 3 หมื่นล้านบาท ที่ปัจจุบันอนุมัติค้ำประกันแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้น เดือน ส.ค.นี้ บสย.จะหารือกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ว่าที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ สนับสนุนธุรกรรมของ บสย. เพื่อเพิ่มยอดค้ำประกันรวมขึ้นที่ระดับ 1 แสนล้านบาท ในปี 2554 จากปัจจุบันอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท







