posttoday
ชาวสมุยค้านขุดเจาะปิโตเลียม

ชาวสมุยค้านขุดเจาะปิโตเลียม

30 กรกฎาคม 2553

เครื่อข่ายรักษ์อ่าวไทย ประกาศค้านขุดเจาะปิโตเลียม เกาะสมุย เล็งฟ้องศาลปกครองกลางคุ้มครองฉุกเฉิน ระบุได้ไม่คุ้มเสีย เตรียมจัดกิจกรรมประสานมือรอบเกาะคัดค้านพรุ่งนี้

เครื่อข่ายรักษ์อ่าวไทย ประกาศค้านขุดเจาะปิโตเลียม เกาะสมุย เล็งฟ้องศาลปกครองกลางคุ้มครองฉุกเฉิน ระบุได้ไม่คุ้มเสีย เตรียมจัดกิจกรรมประสานมือรอบเกาะคัดค้านพรุ่งนี้

ชาวสมุยค้านขุดเจาะปิโตเลียม ภาพประกอบข่าว

นายธนาคม รื่นพานิช แกนนำเครือข่ายรักษ์อ่าวไทย  กล่าวว่า ตามที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อนุมัติให้มีการขุดเจาะสำรวจปิโตเลียมในพื้นที่โดยรอบแหล่งท่องเที่ยว ในเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง  ซึ่งประกอบด้วยแปลงสัมทานที่ได้รับการขุดเจาะก่อนปี 2553 คือ แปลงสัมปทาน G4/50 ของบริษัท เซฟรอน ซึ่งมีระยะห่างจากเกาะพะงัน และเกาะสมุย เพียง 65 และ 78 กิโลเมตร  แปลงสัมปทานG6 / 48 ของบริษัท เพิร์ล ออย(อมตะ)มีระยะห่างจากเกาะ 113 และ110 กิโลเมตร นั้น ปัจจุบันได้มีการขออนุญาตขุดเจาะสำรวจใหม่ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งการขอสัมปทานขุดเจาะใหม่นี้ได้เข้ามาใกล้เกาะมากขึ้น  คือแปลงสัมปทานB8/38 ของบริษัทซาลาแมนเดอเอนเนอร์ยี่ ห่างจากเกาะเต่า 65กิโลเมตร และแปลงสัมปทานG5/50ของบริษัท นิวคอสตอล ที่มีระยะห่างจากเกาะสมุย เพียง 42 กิโลเมตรเท่านั้น ทางเครือข่ายรักษ์อ่าวไทย และชาวบ้านเห็นว่า การดำเนินการอนุมัติให้มีการขุดเจาะสำรวจดังกล่าว เป็นการอนุมัติโครงการโดยไม่ถูกต้องตามเจตนารมย์ของกฏหมายและรัฐธรรมนูญปี 2550  เนื่องจากชุมชนและท้องถิ่นในพื้นที่ไม่ต้องการให้มีการขุดเจาะสำรวจปิโตเลียมในบริเวณเกาะดังกล่าว เพราะกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจากการขุดเจาะสำรวจ และผลผลิตในอนาคตจะสร้างความสูญเสียอย่างรุนแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวซึ่งจะทำให้สูญเสียภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่ต้องตั้งอยู่ท่ามกลางแหล่งขุดเจาะน้ำมันและยังเสี่ยงต่อผลกระทบที่เกิดจากการขุดเจาะ เช่น ตะกอน ครบน้ำมัน กลิ่นเหม็น และของเสียจาการผลิต

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายได้มีการยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการทบทวนในเรื่องนี้แล้วแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันเรื่องยังคงไม่คืบหน้า

ด้านนายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย กล่าวว่าทางเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยจะให้เวลารัฐบาล 15 วันในการพิจารณาทบทวนในเรื่องนี้ หลังจากยื่นเรื่องไปในวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา หากภายในวันที่ 5 ส.ค.ที่จะถึงนี้ยังไมมีความคืบหน้า ทางเครือข่ายก็จะมีการดำเนินมาตรการต่อไป เช่นการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลางให้มีการคุ้มครองฉุกเฉิน เหมือนกับกรณีมาบตาพุด แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอความชัดเจนในวันที่  5ส.ค. อีกครั้ง

“หลังวันที่5 ส.ค. นี้หากไม่มีความคืบหน้าก็จะมีทีมกฎหมายดำเนินการยื่นฟ้องซึ่งเป็นทีมเดียวกับทีมที่มาบตาพุด”

นายรามเนตร กล่าวอีกว่า ในการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา2 ครั้งชาวบ้านได้มีการคัดค้านมาโดยตลอด ซึ่งทางหน่วยเอกชนที่จะมาสัมปทาน หรือหน่วยงานรัฐเองก็ยังระบุไม่แน่ชัดว่าหากได้รับสัมปทานไปแล้วประเทศชาติจะได้ผลประโยชน์อย่างไร แม้จะมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 1.6 แสนล้านบาท  แต่ทางชุมชนก็เห็นว่าเมื่อเทียบกับสิ่งแวดล้อม  การท่องเที่ยว วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของคนในชุมชนที่ต้องเสียไปแล้วแทบจะไม่คุ้มกัน

“ทางบริษัทก็บอกไม่ชัดเจน เบื้องต้นบอกว่าจะแบ่งผลประโยชน์ให้15-20%  แต่ 15-20% นี้ใครจะได้ก็ยังไม่รู้”

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.)เวลา 10.00 น.ประชาชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว  ผู้ประกอบการโรงแรม ในเกาะสมุยจะมีการจัดกิจกรรมประสานมือรอบเกาะสมุยระยะทาง 52 กิโลเมตร เพื่อเป็นการต่อต้านคัดค้านการขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตเลียม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ