
พลิกอนาคตประเทศ
หน่วยงานภาครัฐยังคงเดินหน้าผลักดันการพัฒนาศักยภาพของประชากร ให้สถาบันการศึกษาสามารถผลิตบัณฑิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคต
หน่วยงานภาครัฐยังคงเดินหน้าผลักดันการพัฒนาศักยภาพของประชากร ให้สถาบันการศึกษาสามารถผลิตบัณฑิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคต
แต่ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่า การปฏิรูประบบการศึกษาซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่และเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ยังเป็นไปในลักษณะแยกส่วน กระท่อนกระแท่น และแทบมองไม่เห็นความหวัง
ปัจจัยหนึ่งมาจากรัฐบาลแต่ละชุดขาดความตั้งใจในการดำเนินนโยบายด้านการศึกษาในระดับที่มากพอ ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด เมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ
แต่กลายเป็นว่าองคาพยพซึ่งมีบทบาทหลักในการสร้างมันสมองกำลังคนในชาติ ได้ตกเป็นจำเลยสังคมฐานถ่วงรั้งการพัฒนาเสียเอง จนอาจกล่าวได้ว่า ณ วันนี้ประเทศของเรากำลังเดินเข้าสู่วิกฤตคุณภาพประชากรอย่างเต็มแก่
แม้ที่ผ่านมาทั้งภาครัฐและเอกชนต่างให้ความสำคัญเรื่องการส่งเสริมการศึกษาไม่น้อย มีการระดมสมองกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังขาดรูปธรรมที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
กล่าวอย่างถึงที่สุด หากเปรียบเทียบความเข้มข้นในการปฏิวัติการศึกษาของประเทศกับนโยบายด้านอื่นๆ ของรัฐในเชิงโครงการ ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาไทยยังเดินตามหลังหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันอยู่อีกหลายก้าว
ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวม 25 องค์กร ลงนามบันทึกความร่วมมือสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกความพยายามหนึ่ง เหมือนที่เคยทำกันในอดีต
วันนั้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษไว้ตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการจะต้องผลิตคนให้ตรงความต้องการประเทศในอนาคตให้ได้ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษาในด้านงบประมาณ แต่คนที่มาเป็นรัฐมนตรีเป็นคนที่พลาดหวังมาจากกระทรวงอื่น
รองนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะหากเราไม่สามารถผลิตคนให้มีทักษะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ประเทศไทยก็คงไม่สามารถสู้ใครได้
นัยจากถ้อยคำของนายสมคิดบ่งบอกชัดเจนว่า ที่ผ่านมาคุณภาพคนของเราเริ่มออกอาการให้เห็น นั่นหมายถึง หากไม่เอาจริงเอาจังตั้งแต่วันนี้ เราจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนแรงงานมีฝีมือขั้นวิกฤต และจะส่งผลสะเทือนไปทุกมิติ
เลิกคิดขนาดจะไปสู้รบปรบมือกับชาติอื่น ลำพังช่วยกันขบคิดหาทางรอดจากสารพัดปัญหาภายในก็อาจเป็นเรื่องยากเย็นเต็มที
วันนี้จึงไม่ต้องพูดถึงโจทย์ที่จะต้องแก้ไขกันอีก เพราะทุกฝ่ายต่างรับทราบจุดอ่อนของระบบที่เป็นอยู่กันเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ยังขาดคือพลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนั้นจะไม่เกิด หากไม่เริ่มต้นถอดรื้อในเชิงโครงสร้างแบบถอนรากถอนโคน
การจัดกิจกรรมระดมความร่วมมือก็เช่นเดียวกัน แต่ต้องเริ่มต้นลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงระบบการศึกษาที่ดี ลดความแตกต่างของพื้นที่ และเลิกยัดเยียดชุดความรู้ ชุดความเชื่อแบบเดิมๆ เสียตั้งแต่วันนี้







